คลัง ชงครม.เคาะ “ไทยช่วยไทยพลัส”/ เสนอปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ/กต. ชงทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (ภาพ: thaigov.go.th)

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุม ครม.วันนี้ มีวาระการพิจารณาที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่กระทรวงการคลัง จะเสนอโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท

โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นการปรับรูปแบบจาก “โครงการคนละครึ่ง” เดิม มาเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่าย โดยรัฐจ่ายให้ 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% มุ่งเป้าไปที่การกระจายเม็ดเงินสู่ร้านค้าขนาดเล็ก และ SMEs ในท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อพยุงกำลังซื้อ และดูแลปัญหาปากท้องค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนเงินให้ประชาชนที่รับสิทธิ์เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 25 พ.ค.นี้ และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย.69

รวมทั้งจะมีการดูแลกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยรัฐบาลจะเพิ่มวงเงินในบัตรให้อีกเดือนละ 700 บาท จากเดิมที่ได้รับอยู่ 300 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลารวม 4 เดือน เริ่มตั้งแต่ มิ.ย.69 เช่นกัน ซึ่งรายละเอียดและความชัดเจนต้องรอให้ ครม. อนุมัติ และจะมีการแถลงรายละเอียดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อย่างเป็นทางการ ภายหลังการประชุม ครม.

นอกจากนั้น ในการประชุม ครม.วันนี้ นายกรัฐมนตรี จะนำผลการหารือและข้อเสนอของ CEO ภาคธุรกิจใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีการหารือร่วมกันในงาน “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าไปแจ้งให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ เพื่อหาแนวทางการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายต่อไป

วาระการพิจารณาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

  • กระทรวงการคลัง จะนำเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2
  • กระทรวงการคลัง เสนอการเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569
  • สำนักงบประมาณ เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอยกเลิกวีซ่า และปรับปรุง ผ.30 จำนวน 93 ประเทศ เบื้องต้นเมื่อยกเลิก ผ.60 จะส่งผลให้การประกาศใช้วีซ่าฟรี 30 วัน (ผ.30) ที่เดิมมี 57 ประเทศอยู่แล้ว มีผลแทนทันที
  • โดยการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) ทั้งหมด 93 ประเทศ เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2567 ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่า การให้ต่างชาติพำนักได้นานเกินไป ไม่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และยังเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีใช้ไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทย
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2029-2028 ซึ่งกำหนดลงนามร่างแผนปฏิบัติการฯ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
  • กระทรวงกลาโหม เสนอขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ว่าด้วยการเข้าร่วมการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ของกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ในราชอาณาจักรไทย (2568-2573) โดยกำหนดลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างวันที่ 29-31 พ.ค.นี้ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์
  • กระทรวงพาณิชย์ ขอความเห็นชอบต่อร่างความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู (Thailand – PeruFree Trade Agreement) ซึ่งจะมีการลงนามในห้วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ประจำปี 2569 (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting) ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ค. 2569 ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอการให้การยอมรับพิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกช จัดตั้งองค์การการค้าโลก เพื่อผนวกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง
  • กระทรวงแรงงาน เสนอ การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 4 สาขา
  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เสนอความคืบหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และกลไกการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอแนวทางชี้แจง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องฝ่ายค้าน ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ หลังศาลให้ ครม.ชี้แจงภายใน 7 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)