
รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติในวันนี้ (26 พ.ค.) อนุมัติการนำเงินจากกองทุนสำรองปีงบประมาณปัจจุบันจำนวน 5.135 แสนล้านเยน (ราว 3.2 พันล้านดอลลาร์) มาใช้เพื่ออุดหนุนค่าไฟและค่าก๊าซในช่วงฤดูร้อน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมค่าไฟและค่าก๊าซในช่วงเดือนก.ค. ถึงก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงจากการใช้เครื่องปรับอากาศ โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเฉลี่ยราว 5,000 เยน
ภายใต้มาตรการนี้ รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนค่าไฟในอัตรา 3.5 เยนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงในเดือนก.ค.และก.ย. และปรับเพิ่มเป็น 4.5 เยนในเดือนส.ค. โดยใช้งบจากกองทุนสำรองรวม 1 ล้านล้านเยนที่ตั้งไว้ในงบประมาณปี 2569
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นเดินหน้ามาตรการอุดหนุนค่าไฟและก๊าซมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง โดยมาตรการล่าสุดเพิ่งสิ้นสุดลงในช่วงเดือนม.ค.–มี.ค. ขณะที่โครงการเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อเดือนม.ค. 2566 หลังราคาพลังงานพุ่งจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเสนอร่างงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านเยนในสัปดาห์หน้า เพื่อชดเชยการใช้เงินจากกองทุนสำรองกว่า 5 แสนล้านเยน พร้อมฟื้นระดับกองทุนสำรองกลับไปที่ 1 ล้านล้านเยน ซึ่งโดยปกติใช้รองรับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ
ทั้งนี้ งบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวจะจัดสรรเงินจากกองทุนสำรองเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยคาดว่า เงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการอุดหนุนใหม่ เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเบนซินไว้ที่ 170 เยนต่อลิตร ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้กลับมาเริ่มใช้อีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





