SAPPE กางแผนปี 69 ดันรายได้โต 15% ชูตลาดสหรัฐ-ยุโรปฟื้นแกร่ง ปรับกลยุทธ์แก้เกมค่าขนส่งพุ่ง

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้รที่บริหาร บมจ.เซ็ปเป้ [SAPPE] กล่าวว่า แนวโน้มในช่วงไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเริ่มเห็นต้นทุนที่สูงขึ้นเข้ามากระทบต่อผลการดำเนินงาน ซึ่งช่วงที่ผ่านได้รับผลกระทบหลักๆ จากสงครามในตะวันออกกลาง คือ ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นไปแล้ว แต่บริษัทได้ปรับการบริหารจัดการด้านการขนส่งด้วยการที่บริษัทจะเป็นผู้รวบรวมการจองการขนส่งและชิปปิ้งเอง จากเดิมที่ให้ลูกค้าเป็นผู้จองเรือ วิธีการดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ดีขึ้น และการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าไม่เกิดการสะดุด

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สงครามไนตะวันออกกลางบริษัทมองว่าเริ่มนิ่งแล้ว และหลังจากที่คาดว่าจะไม่มีผลกระทบอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม บริษัทจะให้ความสำคัญในการสร้างการเติบโต คือ การทำการตลาดในต่างประเทศ และการบริหารจัดการสต็อก ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/69 ที่ผ่านมายอดขายในตลาดต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น 13% พลิกจากปีก่อนที่ติดลบ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและยุโรปที่กลับมาเติบโตได้ดีขึ้นมาก รวมถึงตลาดในตะวันออกกลางยอดขายก็ยังดีต่อเนื่อง

ในปี 69 บริษัทวางเป้ารายได้เติบโตราว 15% ซึ่งมาจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ ทั้งในสหรัฐและยุโรปที่เป็นปัจจัยหลักในการผลักดันยอดขายให้กลับมาเติบโต ประกอบกับ การทำกลยุทธ์ทางการตลาดที่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยัง GEN Z มากขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ พร้อมกับเปิดแคมเปญการตลาดที่เป็น Global Campaign ทำให้สินค้าของ SAPPE เข้าถึงลูกค้าหลากหลายทั่วโลก โดยวางงบการตลาดในปีนี้ไว้ที่หลักร้อยล้านบาท และวางงบลงทุนรวมในปีนี้ที่ 500 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งยังคงเดินหน้าในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายในตลาดสหรัฐ เกาหลี ฟิลลิปนส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และสามารถเข้ามาเสริมสร้างการเติบโตให้กับ SAPPE ได้ โดยที่สัดส่วนยอดขายของ SAPPE ในต่างประเทศอยู่ที่ 70% และในประเทศที่ 30%

ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่าน “ไทยช่วยไทย พลัส” มองว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นได้ และเป็นปัจจัยที่หนุนต่อยอดขายของบริษัทได้บ้างในช่วงที่มีมาตรการ แต่ปัจจัยการเติบโตยอดขายของบริษัทจะมาจากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)