
บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (BCG) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (27 พ.ค.) ระบุว่า ฮ่องกงแซงหน้าสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นเป็นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนอันดับหนึ่งของโลกได้เป็นครั้งแรก และยากที่สวิตเซอร์แลนด์จะทวงแชมป์คืน เนื่องจากศูนย์กลางทางการเงินในเอเชียเติบโตรวดเร็วกว่าแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในยุโรป
รายงานความมั่งคั่งโลกประจำปี 2569 (2026 Global Wealth Report) ของ BCG ระบุว่า ความมั่งคั่งจากจีนและความคึกคักของการเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) ในปี 2568 เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ฮ่องกงผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ด้านความมั่งคั่งนอกประเทศสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีโลก ด้วยมูลค่าความมั่งคั่งสูงถึง 2.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เบียดชนะสวิตเซอร์แลนด์ที่มีความมั่งคั่งข้ามพรมแดน 2.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐไปได้อย่างหวุดหวิด
คณะผู้เขียนรายงานระบุว่า “ฮ่องกงกำลังตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูเชื่อมจีนสู่ตลาดโลก ทว่าการพึ่งพาจีนเป็นหลักเช่นนี้ย่อมส่งผลให้ทิศทางการเติบโตของฮ่องกงต้องผูกติดอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและกฎระเบียบต่าง ๆ ของแผ่นดินใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ทั้งนี้ รายงานคาดว่าทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์จะเติบโตในฐานะศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่องที่ราว 9% ต่อปีไปจนถึงปี 2573 เทียบกับสวิตเซอร์แลนด์ที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยเพียง 6% ในช่วงเวลาเดียวกัน
BCG ระบุด้วยว่า ความมั่งคั่งข้ามพรมแดนทั่วโลกในปีที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.4% แตะระดับ 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับอานิสงส์จากภาวะตลาดที่แข็งแกร่งและความต้องการกระจายการลงทุนไปในหลายภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ เม็ดเงินดังกล่าวยังหลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งระดับท็อป 10 ของโลกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยิ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่งมากยิ่งขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 69)





