
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) มีคำสั่งในวันพุธ (27 พ.ค.) ให้สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เร่งดำเนินการ “สอบสวนหาสาเหตุความผิดพลาด” ที่เกิดขึ้นกับจรวดบูสเตอร์ ซูเปอร์ เฮฟวี (Super Heavy) ระหว่างการทดสอบบินครั้งที่ 12 ของจรวดสตาร์ชิป (Starship)
FAA ระบุในแถลงการณ์ว่า จากการประเมินการทดสอบบินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พบว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นในจังหวะที่จรวดบูสเตอร์กำลังบินกลับเหนือน่านน้ำอ่าวเม็กซิโก หลังแยกตัวออกจากยานหลัก โดยทาง FAA จะเข้ามาเป็นผู้กำกับดูแลกระบวนการสอบสวนครั้งนี้ พร้อมทั้งเป็นผู้อนุมัติรายงานสรุปผลขั้นสุดท้ายรวมถึงมาตรการแก้ไขต่าง ๆ ของสเปซเอ็กซ์
นอกจากนี้ FAA ยังชี้แจงว่า จุดประสงค์ของการสอบสวนเหตุความผิดพลาดในครั้งนี้ ก็เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับสาธารณชน ค้นหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก ส่วนการจะอนุญาตให้จรวดบูสเตอร์ ซูเปอร์ เฮฟวี ของสตาร์ชิป กลับขึ้นบินได้อีกครั้งหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินของ FAA ว่าระบบ กระบวนการ หรือขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดในครั้งนี้ จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของประชาชน
อย่างไรก็ตาม FAA ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือมีทรัพย์สินสาธารณะได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
ด้านสเปซเอ็กซ์เปิดเผยว่า ระหว่างการทดสอบบินของสตาร์ชิปนั้น จรวดบูสเตอร์ ซูเปอร์ เฮฟวี ไม่สามารถจุดเครื่องยนต์เพื่อกลับมาลงจอด (Boostback Burn) ได้ตามแผน ส่งผลให้ตัวจรวดร่วงกระแทกผิวน้ำอย่างรุนแรงในอ่าวเม็กซิโก
ขณะเดียวกัน FAA ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ทางหน่วยงานได้ประกาศเปิดพื้นที่เฝ้าระวังเศษซาก และยืนยันว่าเศษซากของจรวดบูสเตอร์ทั้งหมด ตกอยู่ภายในเขตพื้นที่อันตรายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





