
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนแผนปฏิบัติการและบันทึกความเข้าใจ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย
- แผนปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการการเป็นหุ้นส่วนรอบด้านระหว่างไทยและเวียดนาม ปี 2569 – 2574
- การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อยืนยันว่า ทั้งสองกระทรวงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และ เวียตเจ็ท (VIETJET GROUP)
- บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้เป็นสักขีพยานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เวียดนาม

ก่อนจะแถลงข่าวร่วมกัน โดย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนและรัฐบาลไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเป็นแขกคนแรกของรัฐบาลของตน จึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเพราะการเยือนครั้งนี้มีความหมายพิเศษเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในปีนี้ ซึ่งตนและประธานาธิบดีได้ร่วมกันทำพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ในฐานะที่ไทยและเวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่จะได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการนำพาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง ดังนี้
ในด้านความมั่นคงและการเมือง ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านทางทหาร การป้องกัน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกม รวมถึงการปราบปรามการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการป้องกันไม่ให้บุคคลใดใช้ดินแดนของแต่ละฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยทั้งสองประเทศจะร่วมกันให้มีการนำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

ขณะที่ ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองได้เห็นพ้องถึงความจำเป็นที่ไทยและเวียดนามจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ขณะเดียวกันเราจะใช้ความสัมพันธ์ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายโดยตนและนายโต เลิม จะร่วมพิธีสัมมนานักธุรกิจไทย-เวียดนาม ในช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการบรรลุเป้าหมายทางการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปีโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว
รวมถึงได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Vietjet กับสำนักงานอีอีซีของประเทศไทยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ เอ็มอาร์โอ ในพื้นที่อีอีซีของประเทศไทยด้วย
อีกทั้ง ในวันนี้ยังได้มีการหารือแนวทางการส่งเสริมความเชื่อมโยงภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 connect เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการผลิตด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2.การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น 3.การเชื่อมโยงพลังงานสีเขียว
โดยเราจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนั้นเราต่างให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจไปเมื่อสักครู่ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายไทยจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศอย่างเช่น ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และการเกษตร
ในโอกาสนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆในระดับระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคด้วย ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าผลการหารือของทั้งสองประเทศในวันนี้จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทยเวียดนามต่ออย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของรัฐบาลและเอกชนเพื่อประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





