BCPG ไฟเขียวขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐกว่า 18,000 ลบ.คาดรับรู้กำไร Q3/69 พร้อมลุยพลังงานสะอาด

บมจ.บีซีพีจี [BCPG] เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบการขายหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา รวมกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 426 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่ากิจการรวมกว่า 575 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 18,754 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถโอนหุ้นและรับชำระเงินได้ภายในไตรมาส 3/69 ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและรองรับแผนการลงทุนตามยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ในอนาคต

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG เปิดเผยว่า บริษัทย่อยของ BCPG ได้เข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 25 ใน Hamilton Holdings II, LLC (Hamilton) ซึ่งถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Hamilton Liberty กำลังการผลิตติดตั้ง 848 เมกะวัตต์ และโครงการ Hamilton Patriot กำลังการผลิตติดตั้ง 857 เมกะวัตต์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวมประมาณ 426 เมกะวัตต์

วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2569 ได้มีมติเห็นชอบให้เข้าทำธุรกรรมการขายหุ้นดังกล่าว และให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยกำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการจำหน่ายหุ้นร่วมกับผู้ถือหุ้นใน Hamilton รายอื่นทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขสิทธิบังคับเข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) ซึ่งบริษัทฯ ได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ การจำหน่ายหุ้นดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินสดประมาณ 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเมื่อรวมกับเงินปันผลที่บริษัทฯ ได้รับมาแล้วจากโครงการดังกล่าวอีกประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะทำให้บริษัทได้รับเงินสดจากการลงทุนดังกล่าวรวมคิดเป็น 1.6 เท่าของเงินลงทุนที่เคยลงทุนไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงมีการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Carroll County Energy LLC (CCE) และ South Field Energy LLC (SFE) รวมกำลังการผลิดติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น 431 เมกะวัตต์ ซึ่งยังคงสนับสนุนความมั่นคงของผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป

“การทำธุรกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสการทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569” นายรวีกล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับไปลงทุนตามยุทธศาสตร์ในธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนชำระคืนเงินกู้บางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ อย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)