
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจเลื่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับอิหร่านออกไปในวันศุกร์ (29 พ.ค.) หลังจากประชุมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงที่ห้องประเมินสถานการณ์ (Situation Room) ในทำเนียบขาว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า การประชุมที่ห้องประเมินสถานการณ์ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมย้ำว่า ทรัมป์จะยอมรับเฉพาะข้อตกลงที่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ และสอดคล้องกับเส้นแดง (red lines) ที่กำหนดไว้ รวมถึงการที่อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่าทำไมทรัมป์จึงยังไม่ตัดสินใจเกี่ยวกับร่างข้อตกลง
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social โดยระบุว่า เขาจะประชุมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติเพื่อทำการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อตกลงกับอิหร่าน
ข้อเรียกร้องสำคัญของสหรัฐฯ ในข้อตกลงดังกล่าว ได้แก่ การกำจัดวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะของอิหร่าน การเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และการกำจัดทุ่นระเบิดทางทะเลที่อาจถูกวางไว้ในพื้นที่
ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านต้องยอมรับว่าจะไม่มีอาวุธหรือระเบิดนิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้การเดินเรือผ่านได้อย่างเสรีในทั้งสองทิศทางโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ขณะที่ทุ่นระเบิดทางทะเลทั้งหมด หากมีอยู่ จะต้องถูกกำจัดออกไป
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะถูกยกเลิก
ทรัมป์กล่าวอีกว่า วัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะของอิหร่าน หรือที่เขาเรียกว่า “ฝุ่นนิวเคลียร์” (nuclear dust) ซึ่งถูกฝังลึกอยู่ใต้ดินหลังจากสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว จะถูกขุดขึ้นมาโดยสหรัฐฯ ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอิหร่านและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency – IAEA) ก่อนจะถูกทำลาย
อย่างไรก็ตาม เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสื่อของทางการอิหร่านในวันศุกร์ว่า การเจรจาในปัจจุบันมีขอบเขตจำกัด และไม่ได้ครอบคลุมถึงประเด็นนิวเคลียร์แต่อย่างใด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ค. 69)





