โบนัส AI ก้อนโตของ Samsung จุดชนวนถกเดือด เกาหลีใต้เร่งหาทางแบ่งปันผลประโยชน์

กระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปที่ได้รับอานิสงส์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังจุดประเด็นถกเถียงในเกาหลีใต้เกี่ยวกับการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากเทคโนโลยีดังกล่าวไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) ว่า ความสนใจต่อประเด็นนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) จ่ายโบนัสให้พนักงานบางส่วนในธุรกิจชิปหน่วยความจำสูงสุดถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยการจ่ายโบนัสดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงของการนัดหยุดงานในโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ที่เมืองพย็องแท็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการจ่ายโบนัสได้สร้างความไม่พอใจในหมู่พนักงานกลุ่มอื่นของบริษัท เนื่องจากพนักงานนอกสายธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ได้รับโบนัสต่ำกว่ามาก โดยบางรายได้รับเพียงราว 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับช่องว่างรายได้ที่อาจขยายตัวในยุค AI เมื่อบริษัทที่อยู่ในศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีได้รับผลกำไรมหาศาล ขณะที่แรงงานในส่วนอื่นได้รับประโยชน์ไม่เท่าเทียมกัน

เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากกระแส AI ทั่วโลก โดยมีซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการและมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมากจากความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory – HBM) ที่ใช้ในระบบ AI

บลูมเบิร์กระบุว่า การส่งออกชิปของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นถึง 202% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดังกล่าว

การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มพิจารณาว่า ผลประโยชน์จาก AI ควรถูกกระจายไปสู่ประชาชนอย่างไร โดย คิม ยงบอม หัวหน้าฝ่ายนโยบายประธานาธิบดี เสนอให้นำรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม AI ไปใช้สนับสนุนโครงการ “เงินปันผลพลเมือง” (Citizen Dividend) ขณะที่ คิม ยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสนอให้มีการหารือเกี่ยวกับแนวคิดค่าจ้างเพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทางสังคม (Social Solidarity Wage)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐได้หารือถึงแนวทางนำรายได้ภาษีส่วนเกินจากอุตสาหกรรมดังกล่าวบางส่วนไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในรูปแบบของเกาหลีใต้ แม้ว่าทางการจะยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ

ด้านซัมซุงได้ประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 4.5 ล้านล้านวอน (3.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนผู้จัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน การพัฒนาบุคลากรด้าน AI และโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่า รายได้มหาศาลจาก AI จะส่งผลต่อการเติบโตของค่าจ้าง ราคาที่อยู่อาศัย และเงินเฟ้อหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่ง

การถกเถียงในเกาหลีใต้จึงถูกจับตามองจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายเดียวกันในการสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI กับความกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำและผลกระทบต่อแรงงานในระยะยาว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ค. 69)