
ผู้คนราว 10,000 คนรวมตัวกันบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) เพื่อร่วมการชุมนุมต่อต้านสงครามและแสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายของรัฐบาล ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ผู้ชุมนุมมองว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง
การชุมนุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “อย่าปล่อยให้สงครามเกิดขึ้น” โดยผู้เข้าร่วมถือป้ายข้อความคัดค้านการส่งออกอาวุธสังหารและการแสวงหาผลประโยชน์จากสงคราม พร้อมตะโกนคำขวัญเรียกร้องสันติภาพ และคัดค้านการเสริมกำลังทางทหารของประเทศ
ผู้ประท้วงรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า เขากังวลว่าญี่ปุ่นกำลังมุ่งไปสู่ความเป็นรัฐทหารมากขึ้น โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ และการผลักดันกฎหมายต่อต้านการจารกรรม พร้อมระบุว่า เขาเป็นห่วงอนาคตของคนรุ่นต่อไป และมองว่าพัฒนาการในปัจจุบันชวนให้นึกถึงสถานการณ์ของญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
ขณะเดียวกัน รัฐบาลทาคาอิจิยังเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปกับการขยายศักยภาพทางทหารภายในประเทศ
เมื่อวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ทาคาอิจิได้หารือกับ เฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระหว่างการเยือนญี่ปุ่น โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหลายด้านเกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหม รวมถึงการผลักดันแผนส่งออกเรือพิฆาตของญี่ปุ่นไปยังฟิลิปปินส์
ผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งกล่าวระหว่างการชุมนุมว่า เธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการส่งออกอาวุธสังหารของญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมเตือนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค และหวังว่าความพยายามทางการทูตจะช่วยสร้างสันติภาพในเอเชียได้
ด้านหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน รายงานว่า ในวันเดียวกันมีการจัดกิจกรรมประท้วงในลักษณะเดียวกันราว 150 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ค. 69)





