
นายวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิปโก้ฟูดส์ [TIPCO] กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 3 พันล้านบาท ภายในปี 72 โดยปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 3 เสาหลักที่จะสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับบริษัทเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจผลไม้สด และธุรกิจสารสกัด
ธุรกิจเครื่องดื่มในส่วนของน้ำแร่แบรนด์ “Aura” เติบโตได้ดีอย่างเนื่อง ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะเห็นการเติบโตของยอดขายอย่างน้อย 10% เนื่องจาก Aura ยังคงความเป็นผู้นำในตลาด และสามารถสร้างยอดขายได้ดี แม้ว่าในตลาดน้ำแร่จะมีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน แต่ผู้บริโภคยังคงให้ความไว้วางใจกับน้ำแร่ Aura เป็นอย่างดี
ตลาดน้ำผลไม้ มองว่าจะทรงตัว เพราะปัจจุบันมูลค่าตลาดในประเทศไทยปรับตัวลงมาเหลือ 7-8 พันล้านบาท/ปี จากเดิม 1 หมื่นล้านบาท/ปี จากเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนมาเลือกซื้อเครื่องดื่มน้ำผลไม้พร้อมทานที่ตอบโจทย์สุขภาพและตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทจะพัฒนาเครื่องดื่มใหม่ออกมาให้ตรงกับความต้องการตลาดในปลายปีนี้หรือต้นปี 70 ราว 2 ผลิตภัณฑ์ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่ม
ด้านธุรกิจผลไม้สดก็ยังมีการเติบโต หลังจากที่บริษัทหยุดการผลิตสัปปะรดกระป๋องไปแล้ว เหลือแต่การผลิตสัปปะรดสดส่งให้กับหอมสุวรรณ แต่ปัจจุบันบริษัทมองไปถึงการต่อยอดไปที่การส่งออก เพราะบริษัทยังมีความสามารถในการผลิตและมีพื้นที่ปลูกสัปปะรดอยู่กว่า 2,000 ไร่ จึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสในระยะต่อไปที่บริษัทจะก้าวไปสู่การเป็นผู้ส่งออกสัปปะรดสดเอง โดยเฉพาะในตลาดเกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน เป็นต้น
นายวิวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับธุรกิจสารสกัดภายใต้ ทิปโก้ ไบโอเท็ค ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% ถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจสุขภาพของ TIPCO ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูก การแปรรูปและการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรไทย ด้วยทิปโก้เทคโนโลยี (Tipco Technology) ควบคู่ระบบควบคุมคุณภาพระดับอุตสาหกรรม จนก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกสารสกัดสมุนไพรรายใหญ่ของประเทศ
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมุนไพรไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของสากล ส่วนในเชิงกลยุทธ์ เป็นการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน รักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิต ต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เชื่อถือ และผ่านมาตรฐานการผลิตระดับสากล จึงมั่นใจว่าทิปโก้ เฮิร์บส์ จะสามารถยืนอยู่ในตลาดสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้ายอดขายแบรนด์ทิปโก้ เฮิร์บส์ เป็น 300 ล้านบาทภายใน 5 ปี จากปีนี้ที่คาดไว้ที่ 150 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากเงินลงทุนที่เข้ามาเป็นในรูปของเงินปันผลจาก บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ [TASCO] ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นในสัดส่วนอยู่ 23% ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่มาจาก TASCO ที่เข้ามาช่วยหนุนผลการดำเนินงานของ TIPCO มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่บริษัทจะไม่มีการลงทุนเพิ่มขึ้น และปรับลดค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนให้เหมาะสม ทำให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ต่อเนื่อง และในส่วนของการขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆของ TIPCO จะเน้นการใช้งบการตลาดมากขึ้นแทน เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และกระตุ้นยอดขายให้เติบโตขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)




