สว.สหรัฐฯ เรียกซีอีโอ Nvidia แจงปมขายชิป AI ให้จีน หวั่นกระทบความมั่นคงระยะยาว

เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ส่งจดหมายเชิญเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย (Nvidia) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในวันที่ 11 มิ.ย. เพื่อตอบข้อซักถามต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการขายชิปให้จีน และมาตรการควบคุมการส่งออก

วอร์เรนระบุในจดหมายว่า การเข้าชี้แจงครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้หวงได้อธิบายมุมมองของอินวิเดียต่อกฎหมายควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ รวมถึงธุรกิจของอินวิเดียในจีน พร้อมทั้งขอให้เจนเซน หวง ส่งใบตอบรับการเข้าร่วมภายในวันจันทร์นี้ (8 มิ.ย.)

ความเคลื่อนไหวของวุฒิสภาในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับท่าทีของฝั่งพรรครีพับลิกันในคณะกรรมาธิการพลังงานและการพาณิชย์ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบจีน ซึ่งถูกมองว่ากำลังพยายามขัดขวางการพัฒนา AI และศูนย์ข้อมูลของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ สว.วอร์เรนเคยแสดงความกังวลในประเด็นดังกล่าว โดยรู้สึกกังวลที่บริษัทอเมริกันกำลังกอบโกยกำไรจากการขายเทคโนโลยีที่อาจย้อนกลับมาทำลายความมั่นคงของประเทศในระยะยาว ทั้งยังเน้นย้ำว่า ความกังวลนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและรุนแรงมาก เพราะชิปที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ชิปทั่วไป เนื่องจากชิปเหล่านี้กำลังถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร

นอกเหนือจากประเด็นความมั่นคงแล้ว วอร์เรนยังเตือนว่าเทคโนโลยี AI อาจสร้างผลกระทบอย่างมากต่อแรงงาน พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตกับกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณสุข ค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร การศึกษา และการฝึกอบรมทักษะอาชีพให้กับประชาชน

ปัจจุบัน ชิปของอินวิเดียถือเป็นขุมพลังหลักในศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนโมเดล AI ขั้นสูง ส่งผลให้บริษัทฯ ได้ประโยชน์อย่างมากจากยุคทองของปัญญาประดิษฐ์ อย่างไรก็ตาม ความเป็นผู้นำตลาดนี้กลับดึงดูดสายตาจากทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ซึ่งต่างออกมาเตือนว่า ชิปประมวลผลระดับสูงของอเมริกานั้นอาจถูกรัฐบาลจีนนำไปใช้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการทหารและระบบสอดแนมข้อมูล

รัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างออกมาตรการจำกัดไม่ให้จีนเข้าถึงชิป AI ขั้นสูง ขณะที่อินวิเดียยืนยันว่า มาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากเกินไปอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ และผลักดันให้ลูกค้าหันไปใช้เทคโนโลยีจากประเทศอื่นแทน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)