ฮอร์มุซยังเดือด สหรัฐฯ ยิงสกัดโดรนอิหร่าน ขณะการเจรจาสันติภาพสะดุด

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดโดรนของอิหร่านจำนวน 4 ลำที่มุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมดำเนินการโจมตีสถานีเรดาร์ตรวจการณ์ชายฝั่งในเมืองโกรุก (Goruk) และบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าโดรนดังกล่าวเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อการเดินเรือในภูมิภาค และการโจมตีเรดาร์มีขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม

เหตุการณ์ล่าสุดตอกย้ำความเปราะบางของสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และยังคงเป็นจุดตึงเครียดหลักระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้อยู่ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) กองทัพเรืออิหร่านระบุว่าได้ยิงเตือนกองกำลังสหรัฐฯ ในอ่าวโอมาน พร้อมกล่าวหาเรือสหรัฐฯ ว่าคุกคามการปฏิบัติการของเรือในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม CENTCOM ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านไม่สามารถเร่งรัดได้ และข้อตกลงใด ๆ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยมีโอกาสปรับลดลงหลังความขัดแย้งยุติลง ไม่ว่าจะผ่านการเจรจาหรือมาตรการที่เข้มงวด

ขณะที่ คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลจะมีโอกาสปรับลดลง หากสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านที่เอื้อให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นหลังสงครามสิ้นสุดลง เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ จะส่งคืนน้ำมันมากกว่าปริมาณที่เคยกู้ยืมไป

ในอีกด้านหนึ่ง ความพยายามทางการทูตยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในภูมิภาค โดย โจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวหาอิหร่านว่าใช้เลบานอนเป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจากับสหรัฐฯ ขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน แม้จะมีความพยายามผลักดันการหยุดยิง

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดเผยว่า ได้โจมตีกองกำลังอิสราเอลในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน 32 ครั้ง ระหว่างวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) ถึงวันศุกร์ (5 มิ.ย.) โดยใช้จรวด ปืนใหญ่ โดรน และขีปนาวุธพื้นสู่อากาศโจมตีกำลังพล ยานพาหนะ และอากาศยานของอิสราเอล

ขณะเดียวกัน กองทัพคูเวตระบุว่ากำลังตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน พร้อมขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอุปกรณ์ต่อต้านโดรนให้แก่คูเวต มูลค่าประมาณ 1.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านกำลังพิจารณาตอบสนองต่อข้อเสนอฉบับใหม่จากสหรัฐฯ ตามรายงานของ Al Jazeera โดยอิหร่านยังเรียกร้องให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งทันที เมื่อมีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับสหรัฐฯ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 69)