
สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เตรียมเดินหน้าการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) มูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ได้กำหนดข้อจำกัดไม่ให้นักลงทุนจากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เข้าร่วมการจองซื้อหุ้น โดยอ้างข้อกำหนดของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญ
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ธนาคารหลักที่ดูแลการเสนอขายหุ้นได้แจ้งไปยังธนาคารอื่น ๆ ในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ว่า ไม่ให้รับคำสั่งจองซื้อจากลูกค้าในฮ่องกงและจีน รวมถึงลูกค้ากลุ่มไพรเวตแบงก์กิง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
การตัดสินใจดังกล่าวอ้างอิงแนวทางภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศด้านอาวุธของสหรัฐฯ (International Traffic in Arms Regulations – ITAR) ซึ่งกำหนดให้ฮ่องกงและจีนอยู่ในกลุ่มเขตอำนาจศาลที่มีข้อจำกัดด้านการกระจายหลักทรัพย์
แม้บุคคลจากประเทศหรือดินแดนที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ ITAR จะไม่ได้ถูกห้ามตามกฎหมายไม่ให้จองซื้อหุ้น IPO แต่สเปซเอ็กซ์ได้สั่งให้ธนาคารต่าง ๆ ไม่จัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนกลุ่มดังกล่าว ตามบันทึกของซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ร่วมจัดการการเสนอขายหุ้น และบลูมเบิร์กได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวแล้ว
ซิตี้กรุ๊ปยังได้กำชับผู้ร่วมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ไม่ให้ทำการตลาดหุ้น IPO ครั้งนี้ผ่านช่องทางบริหารความมั่งคั่งและไพรเวตแบงก์กิงแก่พลเมืองจากเขตอำนาจศาลที่ถูกจำกัดภายใต้ ITAR พร้อมให้ตรวจสอบและระบุตัวนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวหากมีคำสั่งซื้อเข้ามาในบัญชีนักลงทุนสถาบัน โดยประเทศและดินแดนที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดยังรวมถึงเลบานอน รัสเซีย ไซปรัส และซีเรีย
เว็บไซต์ของสเปซเอ็กซ์ไม่สามารถเข้าถึงได้จากฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) โดยผู้ใช้งานที่พยายามเข้าเว็บไซต์จะพบข้อความแจ้งข้อผิดพลาดระบุว่าบริษัทได้ปิดกั้นการเข้าถึงจากที่อยู่ไอพีในพื้นที่ดังกล่าว
โฆษกของซิตี้กรุ๊ปปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ซึ่งเป็นธนาคารหลักในการจัดการดีล ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวแทนของสเปซเอ็กซ์ก็ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากอยู่นอกเวลาทำการ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ มีความระมัดระวังมากขึ้นในการรับเงินลงทุนจากนักลงทุนจีน ท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลและลูกค้าเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยของข้อมูล
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอ่อนไหวหรือมีเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ มักพยายามหลีกเลี่ยงการมีผู้ถือหุ้นที่อาจนำไปสู่การตรวจสอบจากหน่วยงานของสหรัฐฯ หรือสร้างความกังวลให้แก่ลูกค้าในอนาคต
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 69)





