หุ้น Marvell Technology ทะยาน หลัง S&P ประกาศเพิ่มเข้าดัชนี S&P500 รับยุค AI บูม

เอสแอนด์พี ดาวโจนส์ อินเด็กซ์ (S&P Dow Jones Indices) ประกาศเมื่อวันศุกร์ (5 มิ.ย.) ว่า มาร์เวล เทคโนโลยี (Marvell Technology) จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P500 ช่วงปลายเดือนนี้ หลังบริษัทผู้ผลิตชิปรายดังกล่าวผ่านเกณฑ์สำคัญด้านความสามารถในการทำกำไร โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)

มาร์เวล เทคโนโลยี จะเข้ามาแทนที่พูลคอร์ป (PoolCorp) ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำ ก่อนเปิดการซื้อขายในวันที่ 22 มิ.ย. ส่งผลให้ราคาหุ้นของมาร์เวลพุ่งขึ้นเกือบ 6% ในการซื้อขายหลังปิดตลาดวันศุกร์

การได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนีเกิดขึ้น หลังจากมาร์เวลรายงานกำไรตามมาตรฐานบัญชี GAAP ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือนธ.ค. และมีกำไรรวมตลอด 4 ไตรมาสล่าสุด ทำให้บริษัทผ่านเงื่อนไขสำคัญที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วมดัชนี S&P500

ราคาหุ้นของมาร์เวลปรับตัวขึ้นมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่ต้นปี โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความคาดหวังต่ออุปสงค์ด้าน AI ที่แข็งแกร่ง

เฉพาะในสัปดาห์นี้ หุ้นมาร์เวลปรับตัวขึ้นราว 29% ส่วนหนึ่งเกิดขึ้น หลังจาก เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย (Nvidia) กล่าวยกย่องบริษัทมาร์เวลว่าจะเป็นบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐรายถัดไป ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัท ณ ราคาปิดวันศุกร์อยู่ที่ 2.7681 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาร์เวลและบรอดคอม (Broadcom) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ ดำเนินธุรกิจออกแบบชิปเฉพาะทางสำหรับบริษัทคลาวด์คอมพิวติง เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของศูนย์ข้อมูลแต่ละแห่ง โดยธุรกิจดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่พยายามลดการพึ่งพาชิป AI ของอินวิเดีย ซึ่งมีต้นทุนสูงและมีข้อจำกัดด้านอุปทาน

ในการรายงานผลประกอบการล่าสุด มาร์เวลคาดการณ์ว่า ธุรกิจชิปเฉพาะทางของบริษัทจะสร้างรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบการเงิน 2572

การเข้าร่วมดัชนี S&P500 ของมาร์เวลสะท้อนให้เห็นว่า กระแส AI กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดัชนีหุ้นสำคัญในสหรัฐฯ โดยบริษัทผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มองว่า ความต้องการจากผู้ให้บริการคลาวด์และงานด้าน AI จะยังเติบโตต่อไป

การถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนียังมีแนวโน้มกระตุ้นแรงซื้อจากกองทุนดัชนีและกองทุน ETF ที่อ้างอิง S&P500 เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจำเป็นต้องถือครองหุ้นตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในดัชนีอ้างอิง

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี ดาวโจนส์ อินเด็กซ์ ยังประกาศเพิ่มบริษัทเฟล็กซ์ (Flex) ผู้รับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่ดัชนี S&P500 โดยจะเข้ามาแทนที่แคมป์เบลล์ส (Campbell’s) ผู้ผลิตอาหารบรรจุหีบห่ออีกด้วย

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 69)