สหรัฐฯ แนะไต้หวันเพิ่มลงทุนโดรน เสริมศักยภาพยับยั้งจีน

เรย์มอนด์ กรีน ผู้อำนวยการสถาบันอเมริกันในไต้หวัน (American Institute in Taiwan – AIT) ระบุว่า ไต้หวันควรเพิ่มการลงทุนในโดรนและระบบไร้คนขับ รวมถึงใช้งบประมาณด้านกลาโหมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเสริมขีดความสามารถในการยับยั้งจีนและรักษาสมดุลทางทหารในช่องแคบไต้หวัน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงไทเป กรีนชี้ว่า บทเรียนจากสงครามในยูเครนและความขัดแย้งในตะวันออกกลางแสดงให้เห็นว่า โดรนกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำสงครามสมัยใหม่ และเปิดโอกาสให้กองทัพขนาดเล็กสามารถรับมือกับคู่แข่งที่มีกำลังเหนือกว่าได้มากขึ้น เขามองว่าไต้หวันควรเร่งลงทุนในระบบไร้คนขับและขีดความสามารถด้านการป้องกันแบบอสมมาตร (Asymmetric Defense)

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันให้ฝ่ายนิติบัญญัติอนุมัติงบประมาณกลาโหมบางส่วนที่ถูกตัดออกโดยรัฐสภาซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมด้านการทหารเพียงประมาณ 2 ใน 3 ของวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เสนอขอไว้

งบประมาณดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนโครงการด้านการป้องกันประเทศที่พัฒนาภายในประเทศ รวมถึงโครงการโดรนและขีปนาวุธ ขณะที่ไต้หวันยังคงเดินหน้าปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการยกระดับความพร้อมทางทหารของไต้หวัน โดยยังเป็นผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดให้แก่ไต้หวัน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม

นอกจากนี้ กรีนยังย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน โดยระบุว่าสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไต้หวัน สหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกโดยรวม

คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนการขายอาวุธชุดใหม่ของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเดินหน้าการขายอาวุธดังกล่าวหรือไม่ หลังจากเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่ง

ด้านรัฐบาลไต้หวันยังคงปฏิเสธการอ้างสิทธิอธิปไตยของจีนเหนือเกาะไต้หวัน โดยยืนยันว่าประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตนเอง

ขณะที่ เสิ่น อวี้จง รัฐมนตรีช่วยว่าการสภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Affairs Council) กล่าวว่า ไต้หวันจำเป็นต้องรักษาการยับยั้งผ่านความแข็งแกร่งทางทหาร และคัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันด้วยการใช้กำลัง พร้อมย้ำว่าความมั่นคงของไต้หวันเชื่อมโยงโดยตรงกับผลประโยชน์ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 69)