
ตำรวจเวียดนามประสบความสำเร็จในการบุกทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และยึดอุปกรณ์สื่อสารหลายร้อยรายการ สกัดแผนการจัดตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในประเทศได้ทัน ก่อนที่ศูนย์ดังกล่าวจะเริ่มเปิดปฏิบัติการจริง
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามเปิดเผยแถลงการณ์ในวันนี้ (12 มิ.ย.) ว่า ปฏิบัติการของตำรวจภูธรจังหวัดฟู้เถาะในครั้งนี้ สามารถยับยั้งการก่อตัวของศูนย์กลางการฉ้อโกงทางเทคโนโลยีขั้นสูงข้ามชาติขนาดใหญ่ในเวียดนาม ซึ่งช่วยรักษาความมั่นคงของชาติและปกป้องทรัพย์สินของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เครือข่ายมิจฉาชีพกำลังขยายฐานปฏิบัติการไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วยชาวจีน 1 ราย และชาวเวียดนาม 3 ราย จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ตระเวนเช่ารีสอร์ต ฟาร์มสเตย์ และวิลล่าหลายแห่งในกรุงฮานอย จังหวัดหล่าวกาย และจังหวัดฟู้เถาะ เพื่อเตรียมใช้เป็นที่พักพิงให้กับผู้ร่วมขบวนการหลายสิบคน โดยผู้ต้องหาหลายรายเคยมีประวัติทำงานในฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ที่กัมพูชามาก่อน และมีความเชื่อมโยงกับแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์ในกัมพูชา
ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่อง โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลายร้อยรายการที่ต้องสงสัยว่าถูกใช้สำหรับการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าฐานปฏิบัติการแห่งนี้อยู่ในสภาพที่ใกล้จะพร้อมเปิดดำเนินการแล้ว
ทางด้านสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) โดย แอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วม ได้กล่าวเตือนระหว่างการแถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันพุธ (10 มิ.ย.) ว่า ศูนย์หลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ถือเป็น “หนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน” และผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยขับเคลื่อนโดยเครือข่ายข้ามชาติที่มีความซับซ้อน ซึ่งเคลื่อนย้ายคน เงินทุน และเทคโนโลยีข้ามพรมแดนผ่านช่องโหว่ของการกำกับดูแลที่อ่อนแอและเครื่องมือเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ขณะเดียวกัน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ได้เปิดเผยรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) ระบุว่า กัมพูชายังไม่สามารถทลายเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในประเทศได้สำเร็จ แม้ดำเนินมาตรการปราบปรามมานานร่วมปี ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชาที่เคยประกาศว่าจะสามารถกำจัดขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)





