นักศึกษาหลายร้อยคนประท้วงรัฐบาลอินโดฯ วิจารณ์นโยบายรัฐพาประเทศล้มละลาย

นักศึกษาชาวอินโดนีเซียหลายร้อยคนออกมาชุมนุมในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) เพื่อประท้วงนโยบายการใช้จ่ายของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต และคัดค้านการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินที่มีผลในสัปดาห์นี้

ผู้ชุมนุมใช้ชื่อการเคลื่อนไหวว่า อินโดนีเซียบนเส้นทางสู่การล้มละลาย (Heading to Bankrupt Indonesia) โดยนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังวงเวียนบุนดารัน เอชไอ (Bundaran HI) แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงจาการ์ตา อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการชุมนุมระบุว่า ผู้ประท้วงบางส่วนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสกัดไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ที่กำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาหลายร้อยคนถูกปิดกั้นเส้นทางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนมาก ขณะเดินทางไปยังจุดชุมนุม และเกิดการปะทะกันเล็กน้อยเมื่อผู้ประท้วงบางส่วนพยายามฝ่าแนวกั้นและเครื่องกีดขวางโลหะที่เจ้าหน้าที่จัดวางไว้

กลุ่มนักศึกษาถือป้ายข้อความเรียกร้องให้ยกเลิกการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมใช้คำว่า กำแพงแห่งความอับอาย วิจารณ์คณะรัฐมนตรีของปราโบโว และขอให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ผ่านไปมาบีบแตรเพื่อแสดงการสนับสนุน

จนถึงช่วงเย็นวันศุกร์ ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่ แต่ยังคงมีผู้ประท้วงจำนวนมากปักหลักอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ยาตาลาโธฟ มาอ์ชุม อิมาวัน แกนนำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียกล่าวว่า ผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้อง 5 ประการ ได้แก่ การยกเลิกโครงการอาหารฟรีและโครงการสหกรณ์หมู่บ้านซึ่งเป็นนโยบายหลักของปราโบโว การลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงการยุติการใช้จ่ายที่ถูกมองว่าเป็นการใช้เงินอย่างสิ้นเปลือง

ผู้ประท้วงรายหนึ่งระบุว่า การใช้งบประมาณจำนวนมากกับโครงการอาหารฟรีส่งผลให้ฐานะการคลังของรัฐบาลตึงตัว จนต้องยกเลิกเงินอุดหนุนที่เคยใช้พยุงราคาสินค้าและพลังงาน

รัฐบาลอินโดนีเซียเคยใช้งบประมาณอุดหนุนเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้คงที่ แม้ว่าราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน แต่ภาระงบประมาณจากโครงการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ด้านมูฮัมหมัด โคดารี หัวหน้าสำนักงานสื่อสารประธานาธิบดีกล่าวว่า การชุมนุมถือเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลได้ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแล้ว ขณะที่โครงการอาหารฟรีมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

การขยายบทบาทของกองทัพในกิจการพลเรือนภายใต้การบริหารของปราโบโว ยังเป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักศึกษาและนักเคลื่อนไหว ซึ่งกังวลว่าอาจทำให้อินโดนีเซียย้อนกลับไปสู่ยุคการปกครองแบบอำนาจนิยมในสมัยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต

ยาตาลาโธฟกล่าวว่า ผู้ชุมนุมต้องการส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ในประเทศกำลังมีปัญหา และแม้จะไม่ต้องการให้อินโดนีเซียล้มละลายจริง แต่พฤติกรรมของรัฐบาลกำลังผลักดันประเทศไปสู่ความล้มเหลวทั้งในด้านเศรษฐกิจ ประชาธิปไตย และคุณธรรม

ทั้งนี้ โครงการอาหารฟรีที่มีเป้าหมายครอบคลุมเด็กและสตรีมีครรภ์จำนวน 83 ล้านคน ถูกฝ่ายวิจารณ์มองว่าขาดประสิทธิภาพ มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของงบประมาณจำนวนมาก และเป็นความพยายามสร้างฐานสนับสนุนทางการเมืองในพื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเด็กหลายพันคนเกิดอาการอาหารเป็นพิษจากอาหารที่แจกจ่ายภายใต้โครงการดังกล่าว ซึ่งยิ่งเพิ่มข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการตรวจสอบการดำเนินงานของโครงการมากขึ้นอีกด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)