ผู้พิพากษาปัดคำร้อง คงคำสั่งถอดชื่อทรัมป์พ้น Kennedy Center

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของคณะกรรมการบริหารศูนย์ศิลปะการแสดงเคนเนดี เซ็นเตอร์ (Kennedy Center) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ขอให้ระงับการดำเนินการถอดชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกจากอาคารศูนย์ศิลปะการแสดงชื่อดังในกรุงวอชิงตัน

ก่อนหน้านี้ คริสโตเฟอร์ คูเปอร์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ให้รัฐบาลดำเนินการนำชื่อของทรัมป์ออกจากอาคาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี เซ็นเตอร์ ฟอร์ เดอะ เพอร์ฟอร์มิง อาร์ตส์ (John F. Kennedy Center for the Performing Arts) ภายในวันที่ 12 มิ.ย. โดยระบุว่าการเปลี่ยนชื่อสถานที่แห่งนี้เป็นชื่อของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีเพียงรัฐสภาสหรัฐฯ เท่านั้นที่มีอำนาจเปลี่ยนชื่ออาคารดังกล่าว

คณะกรรมการบริหารซึ่งประกอบด้วยบุคคลใกล้ชิดทรัมป์ และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันพุธ (10 มิ.ย.) เพื่อขอให้ระงับคำสั่งดังกล่าว แต่คูเปอร์ปฏิเสธคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าประโยชน์สาธารณะไม่ได้เกิดจากการคงไว้ซึ่งการดำเนินการของภาครัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลังมีคำวินิจฉัยล่าสุด คณะกรรมการบริหารและกระทรวงยุติธรรมได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นสูงอีกครั้งเพื่อขอระงับการถอดชื่อทรัมป์ออกจากอาคาร โดยขณะนี้คำร้องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ในคืนวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวบริเวณด้านหน้าอาคารเพื่อเฝ้าติดตามการดำเนินการดังกล่าว ขณะที่คนงานเริ่มติดตั้งนั่งร้านเพื่อเข้าถึงป้ายชื่อบนอาคาร และยังมีผู้ชมอีกหลายพันคนติดตามสถานการณ์ผ่านการถ่ายทอดสดทางออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลา 23.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ชื่อของทรัมป์ยังไม่ได้ถูกนำออกจากตัวอาคาร แม้ว่าคนงานจะเริ่มติดตั้งนั่งร้านในบริเวณที่มีชื่อดังกล่าวแล้วก็ตาม

ด้านเคนเนดี เซ็นเตอร์ ได้ถอดชื่อของทรัมป์ออกจากเว็บไซต์ของสถาบันไปก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ขณะที่คูเปอร์ยังมีคำสั่งระงับชั่วคราวต่อข้อเสนอของทรัมป์ที่ต้องการปิดศูนย์ฯ เป็นเวลา 2 ปีเพื่อปรับปรุงอาคาร ซึ่งเดิมมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนก.ค.

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินดังกล่าว และระบุว่าจะยุติการควบคุมสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเขาได้เข้ามามีอำนาจกำกับดูแลตั้งแต่ต้นวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ในปี 2568 ด้วยการแต่งตั้งตนเองเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารของศูนย์ฯ ซึ่งทรัมป์แต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดเข้าดำรงตำแหน่ง ได้ลงมติเมื่อเดือนธ.ค. 2568 ให้เปลี่ยนชื่อสถานที่เป็น “ทรัมป์ เคนเนดี เซ็นเตอร์” (Trump Kennedy Center) พร้อมติดตั้งชื่อเต็มของทรัมป์ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่เหนือชื่อของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี บริเวณด้านหน้าอาคาร

การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวส่งผลให้ศิลปินหลายรายยกเลิกการแสดงที่มีกำหนดจัดขึ้นที่ศูนย์แห่งนี้

นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง ทรัมป์ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อให้ชื่อและภาพลักษณ์ของตนปรากฏอยู่ในสถานที่ราชการต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากธรรมเนียมทางการเมืองของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติกันมายาวนาน

ขณะเดียวกัน สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ (U.S. Institute of Peace) ซึ่งถูกยุบไปแล้ว ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อของทรัมป์เช่นกัน และยังมีการติดตั้งภาพขนาดใหญ่ของทรัมป์บนอาคารกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังผลักดันแนวคิดให้นำภาพของทรัมป์ไปแสดงบนธนบัตรมูลค่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักรอีกด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)