
บรรดานักลงทุนเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อดอลลาร์สหรัฐสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากสงครามในตะวันออกกลางที่ช่วยตอกย้ำบทบาทของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) และรวบรวมโดยบลูมเบิร์ก ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ผู้จัดการกองทุน และนักเก็งกำไรรายอื่น ๆ เพิ่มสถานะคาดการณ์ว่าดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเป็นมูลค่ารวม 2.78 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2568
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. และมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน
ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของบลูมเบิร์กปรับตัวขึ้นราว 1.6% นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยควบคู่ไปกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง
อเล็กซ์ โคเฮน นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America) ระบุว่า ปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนทิศทางเชิงบวกของดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลของ CFTC ยังแสดงให้เห็นว่า นักเก็งกำไรถือสถานะคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่องมาแล้ว 13 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งแตกต่างจากช่วงก่อนเกิดสงครามที่นักลงทุนมีสถานะคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าราว 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ตัวเลขของ CFTC ถือเป็นหนึ่งในเครื่องชี้วัดสำคัญที่สะท้อนมุมมองของนักลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่า 9.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ผ่านการวางสถานะในตราสารอนุพันธ์ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์และผู้จัดการกองทุน
นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดยังพบว่า กองทุนที่ใช้เงินกู้เพื่อการลงทุน (Leverage Funds) เพิ่มสถานะคาดการณ์ว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่เงินเยนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ทางการญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อต้นปีนี้เพื่อพยุงเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)





