
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกเดินทางเยือนยุโรปในวันนี้ (13 มิ.ย.) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. 2568 โดยมีเป้าหมายหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวทางรับมือวิกฤตพลังงานที่ถูกมองว่ารุนแรงที่สุดของโลกนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970
การเดินทางครั้งนี้ครอบคลุมการเยือนสหราชอาณาจักรและอิตาลี ก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบ็งส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงาน ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จะเป็นหัวข้อสำคัญของการหารือ
การประชุมครั้งนี้จะมีผู้นำประเทศสมาชิก G7 และประเทศพันธมิตรที่ได้รับเชิญเข้าร่วม รวมถึง โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ขณะที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกำลังประสานงานเพื่อจัดการประชุมทวิภาคีและการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างการประชุมด้วย
ก่อนออกเดินทางจากกรุงโตเกียว ทาคาอิจิระบุว่า ต้องการแสดงให้เห็นว่า G7 ยังคงมีเอกภาพและพร้อมเป็นผู้นำในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก
ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน เธอเตรียมเสนอแนวทาง 3 ประการต่อที่ประชุม ขณะที่ในด้านแร่ธาตุสำคัญ กำลังพิจารณาเสนอความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก G7 เพื่อจัดตั้งระบบสำรองแร่ธาตุ และเชื่อมโยงระบบดังกล่าวเข้าด้วยกันผ่านความร่วมมือที่ใกล้ชิดมากขึ้น
ทาคาอิจิยังมีแผนใช้เวที G7 เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการลำเลียงน้ำมันของโลก
นอกจากนี้ เธอคาดว่าจะผลักดันประเด็นการคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)





