
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% ในวันอังคาร (16 มิ.ย.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม ซึ่งจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านได้อีกครั้ง
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ 5.82% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 4.21 ดอลลาร์ หรือ 5.06% ปิดที่ 78.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI ปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. และราคาน้ำมันเบรนท์ปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม โดยล่าสุด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เพื่อจัดทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามอย่างเป็นทางการในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงคราม
อารักชีกล่าวว่า อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจแบ่งการเจรจาออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการจัดทำบันทึกความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การยุติสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซ การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่ออิหร่าน ทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด และการฟื้นฟูความเสียหายจากสงคราม ส่วนในระยะที่สองนั้น ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันเป็นเวลา 60 วัน เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเช่นกันว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามใน MOU เพื่อยุติสงครามแล้ว และช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้มีการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. พร้อมระบุว่า ข้อตกลงนี้จะขัดขวางไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า ข้อตกลงนี้อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้ทันทีเมื่อมีการลงนาม นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะขยายเวลาการหยุดยิงที่เปราะบางออกไปอีก 60 วัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด หลังจากผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการขนส่งสินค้าและการส่งออกพลังงานอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะฟื้นตัว ส่วนในเลบานอน กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า อิหร่านจะไม่ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับสุดท้าย เว้นแต่ว่าอิสราเอลจะถอนกำลังทหารออกจากเลบานอน
นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ (17 มิ.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มิ.ย. 69)





