ผู้นำ G7 เดินหน้าคว่ำบาตรน้ำมัน-ก๊าซรัสเซียเพิ่ม หลังบรรลุดีลเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำกลุ่ม G7 คนอื่น ๆ ร่วมกันแถลงในเช้าวันนี้ (17 มิ.ย.) ว่าจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรในภาคส่วนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

แถลงการณ์ร่วมของเหล่าผู้นำกลุ่ม G7 ที่รวมตัวกัน ณ เมืองเอวีย็อง ประเทศฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประจำปีระบุว่า “เราพิจารณาแล้วว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เนื่องจากปธน.ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงที่เราพร้อมให้การสนับสนุนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อกล่าวถึงประเด็นตะวันออกกลาง กลุ่มผู้นำระบุว่า “เราตระหนักถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญและโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบัน” ภายในภูมิภาคดังกล่าว

นอกจากนี้ บรรดาผู้นำยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม โดยระบุว่า “เราขอยืนยันอีกครั้งในการคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กำลังหรือการข่มขู่ในทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และทั่วช่องแคบไต้หวัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างสันติผ่านการเจรจาเท่านั้น”

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ทรัมป์ระบุว่า มาตรการจำกัดการขนส่งน้ำมันของรัสเซียสามารถนำกลับมาบังคับใช้ได้อีกครั้ง หลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเอื้อให้เกิดการขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น โดยสื่อได้รายงานโดยอ้างอิงคำกล่าวของทรัมป์ว่า “เราอยู่ในฐานะที่จะดำเนินการดังกล่าวได้ในเร็ว ๆ นี้” พร้อมระบุถึงข้อตกลงสันติภาพที่บรรลุร่วมกับอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกข้อยกเว้นชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน เพื่ออนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ถูกบรรทุกอยู่บนเรือและตกค้างอยู่กลางทะเลได้ โดยข้อตกลงยกเว้นดังกล่าวได้รับการขยายเวลาออกไปในภายหลัง เนื่องจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและการหยุดชะงักของเส้นทางบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมัน

ในระหว่างการประชุมสุดยอด G7 ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้หารือร่วมกับทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งและความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

ภายหลังการหารือร่วมกับทรัมป์ เซเลนสกีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นเรื่องที่ “สำคัญอย่างยิ่ง” ที่การเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซียโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางในครั้งต่อไป ควรจะเกิดขึ้นก่อนฤดูหนาวนี้ โดยสถานที่และรูปแบบของการเจรจาจะถูกกำหนดโดยทรัมป์

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มิ.ย. 69)