
หุ้นบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ร่วงลงมากกว่า 7% ในวันนี้ (17 มิ.ย.) หลังบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรของธุรกิจยานยนต์สำหรับปี 2569 ลงมากกว่าครึ่ง ท่ามกลางแรงกดดันจากยอดขายในจีนที่ลดลงอย่างรุนแรง และผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยบริษัทระบุว่าถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนผลกำไรที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
วอลเตอร์ เมิร์ตล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ BMW กล่าวในการประชุมนักลงทุนหลังบริษัทออกแถลงการณ์ฉุกเฉินว่า บริษัทได้ปรับลดกรอบอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT margin) ของธุรกิจยานยนต์ทั้งปีลงมาอยู่ที่ 1-3% จากเดิม 4-6%
นอกจากนี้ บริษัทยังปรับลดคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ใช้ในธุรกิจยานยนต์ (ROCE) ลงมาอยู่ที่ 1-5% จากเดิม 6-10% พร้อมคาดว่ากำไรก่อนภาษีของทั้งกลุ่มจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะลดลงเพียงเล็กน้อย
ในด้านยอดขาย BMW ได้ปรับลดคาดการณ์การส่งมอบรถยนต์ โดยคาดว่าจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงประเมินว่ากระแสเงินสดอิสระของธุรกิจยานยนต์จะอยู่เหนือระดับ 2.5 พันล้านยูโรในปีนี้
เมิร์ตลระบุว่า ยอดขายในจีนลดลง 10% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสแรก และลดลง 17.6% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ พร้อมเสริมว่าเดิมบริษัทเคยรักษาระดับยอดขายเฉลี่ยราว 50,000 คันต่อเดือนตลอดปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ก่อนที่ความต้องการจะเริ่มอ่อนแรงลง
เขากล่าวเสริมว่า บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค และไม่สามารถแยกตัวออกจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ โดยยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวมลดลงในอัตราเลขสองหลักในเดือนเม.ย.และพ.ค.
เขากล่าวว่า แนวโน้มเชิงบวกในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงยอดขายรถรุ่น iX3 และต้นทุนแบตเตอรี่ Gen6 ที่ลดลง ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการหดตัวของยอดขายในจีนและเอเชียแปซิฟิก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มิ.ย. 69)





