ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก กลุ่มธนาคาร–เทคโนโลยีหนุนตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (17 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอรายละเอียดข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แต่หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลงหลัง BMW ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 639.31 จุด เพิ่มขึ้น 3.31 จุด หรือ +0.52%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,430.79 จุด ลดลง 16.48 จุด หรือ -0.20%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,934.67 จุด เพิ่มขึ้น 24.26 จุด หรือ +0.10% และ
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,508.61 จุด เพิ่มขึ้น 14.40 จุด หรือ +0.14%

 

ดัชนี STOXX 600 ปิดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 5 ติดต่อกัน หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่หนุนตลาด โดยปรับตัวขึ้น 1.9% และเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 5 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 1.5% โดยหุ้น Aixtron พุ่งขึ้น 6.7% ขณะที่หุ้น BE Semiconductor และหุ้น ASML ปรับตัวขึ้นประมาณ 4%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมกลาโหมเพิ่มขึ้น 0.5%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลงมากที่สุด 3.3% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันมากที่สุดในรอบเกือบ 1 เดือน โดยหุ้น BMW ร่วง 8.3% หลังผู้ผลิตรถยนต์พรีเมียมรายนี้ปรับลดแนวโน้มกำไรทั้งปี เนื่องจากความอ่อนแอของตลาดจีนและผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

นักวิเคราะห์จาก Citigroup กล่าวว่า สำหรับหุ้นกลุ่มยานยนต์ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนต่ำ โดยมองว่าเรื่องกำไรยังคงเผชิญความท้าทายอย่างมาก

ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพบว่า จำนวนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเยอรมนีที่คาดว่าภาวะธุรกิจจะย่ำแย่ลงในปีหน้ามีมากกว่ากลุ่มที่มองบวก

นักลงทุนทั่วโลกยังคงระมัดระวัง ก่อนพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านในวันศุกร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ และอาจกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกหากไม่พอใจ

ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วหลังมีข่าวข้อตกลงดังกล่าวช่วยหนุนให้ดัชนี STOXX 600 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ

Barclays เป็นโบรกเกอร์รายล่าสุดที่ปิดสถานะให้น้ำหนักการลงทุนต่ำต่อหุ้นยุโรป และปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี STOXX 600 เป็น 670 จุด จากเดิม 620 จุด

จุดสนใจของตลาดจะหันไปที่การประชุมนโยบายการเงินของเฟดในช่วงต่อไป โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ขณะที่ตลาดจับตาความเห็นของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ด้วย

นักวิเคราะห์จาก Main Street Research กล่าวว่า นักลงทุนต้องปรับตัวกับรูปแบบการสื่อสารของประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งเป็นช่วงการปรับตัวของตลาด และวอร์ชน่าจะใช้เวลาในการติดตามผลกระทบเงินเฟ้อจากการลดลงของราคาน้ำมัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)