“ทรัมป์” ชู “ทาคาอิจิ” คือ “แฟนคลับเบอร์หนึ่ง” ของตนในเวทีผู้นำโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (17 มิ.ย.) ว่า เขาคิดว่านายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นเป็น “แฟนตัวยงที่สุด” ของเขาในบรรดาผู้นำโลกทั้งหมด

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ณ เมืองเอวิยองของฝรั่งเศสว่า “ญี่ปุ่นกำลังไปได้สวยมาก” และ “ผมต้องบอกเลยว่า เธอคิดว่าผมทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกคุณต้องโทรศัพท์ไปถามเธอเอาเอง และจะว่าไป เธอก็ทำงานได้ดีมาก ๆ เช่นกัน”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่เขาถูกถามว่า เขาได้เรียกร้องให้สมาชิก G7 รายอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงอังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ส่งกองกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่

ช่องแคบดังกล่าวซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือขนส่งที่สำคัญของโลก ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. แต่ก่อนที่การประชุมสุดยอด G7 จะเปิดฉากขึ้น สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นต้น ซึ่งรวมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และอิหร่านจะยอมเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอีกครั้ง

ทั้งนี้ ทาคาอิจิมีท่าทีที่แตกต่างจากผู้นำ G7 รายอื่น โดยเธอมักจะสงวนท่าทีและหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์เกี่ยวกับสงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นความขัดแย้งอื่น ๆ ที่มีความละเอียดอ่อน

นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังเป็นที่รู้จักจากการกล่าวชื่นชมทรัมป์ในระหว่างการเข้าพบ ณ ทำเนียบขาวเมื่อเดือนม.ค. โดยเธอกล่าวกับเขาว่า เขาเป็น “บุคคลเพียงคนเดียวที่สามารถนำพาสันติภาพและความมั่งคั่งมาสู่โลกได้”

ในระหว่างการแถลงข่าว ทรัมป์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่น ๆ ในการจัดการกับสถานการณ์อิหร่านอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่ประเทศเหล่านั้นไม่ได้ลงมือปฏิบัติการให้เร็วกว่านี้ก็ตาม

“อันที่จริง ญี่ปุ่นได้เสนอตัวที่จะเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว แต่ผมขอพูดตรง ๆ เลยนะว่า ญี่ปุ่นก็ไม่ได้เต็มใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในระหว่างที่สงครามกำลังดำเนินอยู่” ทรัมป์กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)