
ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) เลื่อนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกไปเป็นเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. หลังรายงานสรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ (SEP) ล่าสุดของเฟดส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวดกว่าที่ตลาดประเมินไว้
แม้ซิตี้กรุ๊ปยังคงเชื่อว่าตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) จะชะลอตัวลงในช่วงฤดูร้อน แต่เชื่อว่าคณะกรรมการเฟดที่มีมุมมองแตกต่างกันอาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการหาฉันทามติเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ซิตี้กรุ๊ปยังคงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) จะลดลงสู่กรอบ 2.75%-3.00% ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% ในเดือนต.ค., ธ.ค. และม.ค.
แผนภาพการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ที่เฟดเผยแพร่เมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เฟด 9 คนจากทั้งหมด 18 คน สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในสิ้นปีนี้ โดย 3 คนคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, 5 คนคาดว่าจะขึ้น 0.50% และอีก 1 คนคาดว่าจะขึ้น 0.75%
ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับความคาดหวังของตลาดก่อนหน้า ซึ่งประเมินว่าจะมีเจ้าหน้าที่เฟดเพียง 3-4 คนที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากเดือนมี.ค. ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่เฟดรายใดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
ด้านคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50%-3.75% เมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) โดยระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด จากปัจจัยด้านอุปทานรวมถึงราคาพลังงาน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพด้านราคา
ในการประชุม FOMC ครั้งแรกในฐานะประธานเฟด เควิน วอร์ช พยายามลดทอนความสำคัญของ Dot Plot โดยระบุว่าคณะกรรมการยังแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย คงดอกเบี้ย และลดดอกเบี้ย ขณะที่ระดับความเชื่อมั่นต่อคาดการณ์เหล่านั้นยังไม่แข็งแกร่งมากนัก
วอร์ชยังเปรียบเปรยว่า Dot Plot เหล่านี้ถูกเขียนด้วยดินสอที่มียางลบขนาดใหญ่ พร้อมระบุว่าเขาจะไม่ส่งคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของตนเอง และมีความเป็นไปได้ที่ Dot Plot จะถูกถอดออกจากรายงาน SEP ภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ วอร์ชยังประกาศจัดตั้งคณะทำงานภายใน 5 ชุด ซึ่งมีกำหนดสรุปผลภายในสิ้นปีนี้ เพื่อศึกษาประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การสื่อสารของเฟดและ Dot Plot, กรอบการบริหารงบดุลของเฟด, การใช้แหล่งข้อมูลทางเลือกและข้อมูลความถี่สูง, ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อผลิตภาพและการจ้างงาน รวมถึงปัจจัยพื้นฐานและการวัดเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ วอร์ชยืนยันว่า เป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของเฟดจะไม่อยู่ในขอบเขตของการทบทวนดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)





