
เวลานี้ไม่มีอะไรน่าจับตาไปกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่นำทีมโดย Kevin Warsh ประธานคนใหม่ว่าจะดำเนินทิศทางของธนาคารกลางไปทางไหน โดยเฉพาะท่าทีที่แข็งกร้าว (Hawkish) ที่คาดการณ์ได้ยาก สร้างความประหวั่นแก่วงการการเงินทั้งโลก
ข่าวใหญ่ของตลาดการเงินเมื่อคืนที่ผ่านมา หนีไม่พ้น Kevin Warsh ประธานเฟด หลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่า คือท่าทีของเฟดที่ดูจะมีความ Hawkish หรือเข้มงวดมากขึ้น
เฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาด้านอุปทาน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมย้ำว่า “เฟดจะดำเนินการเพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา”
นอกจากนี้ เฟดยังมองว่ามีแนวโน้มมากขึ้นที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ย FED Funds Rate ณ สิ้นปี 2026 จะอยู่ที่ 3.8% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเมื่อเดือนมีนาคมที่ 3.4% รวมถึงปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั้ง PCE และ Core PCE ในปีนี้ด้วย
ทางด้านฝั่งตลาดคริปโทฯ Bitcoin ปรับตัวลดลงจากระดับประมาณ 66,000 ดอลลาร์ ลงมาที่ประมาณ 64,000 ดอลลาร์ หลังผลประชุมเฟดประกาศออกมา ในขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 และ Nasdaq 100 ต่างปรับตัวลดลงเกือบ 1%
และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมเฟดครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Wars ประธานคนใหม่ ซึ่งนักลงทุนก็กำลังจับตาว่าทิศทางการสื่อสารและนโยบายการเงินของเฟดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้การนำของ Kevin Warsh
มาต่อกันที่ฝั่งโทเคนดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อมกันบ้าง ล่าสุด DITTO พาสื่อมวลชน กลุ่ม KOLs และภาคธุรกิจ ลงพื้นที่ป่าชายเลนในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่อ้างอิงของ Blu Green Token เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจลงทุน โดยพื้นที่ป่าชายเลนดังกล่าวมีขนาดรวมกว่า 17,531 ไร่ ภายใต้มาตรฐาน T-Ver และถูกนำเข้าสู่กระบวนการออกโทเคนดิจิทัลจำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคาโทเคนละ 1.20 บาท คิดเป็นมูลค่าการระดมทุนรวม 480 ล้านบาท
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO บอกว่า ป่าชายเลนในพื้นที่ดังกล่าวได้ดำเนินการปลูกและฟื้นฟูเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 2567 พร้อมทั้งมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกไปจนถึงการบำรุงรักษา ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย
และที่น่าสนใจคือ DITTO ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการป่าอย่างเต็มรูปแบบ เริ่มจากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง ร่วมกับระบบ AI เพื่อติดตามการปกคลุมของเรือนยอดไม้ หรือ Canopy Cover วิเคราะห์อัตราการรอดตายของต้นไม้ รวมถึงคาดการณ์เหตุการณ์ทางธรรมชาติล่วงหน้า
แถมเขายังมีการใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับ Tree Detection App หรือ TDA ซึ่งพัฒนาโดย Siam TC เพื่อสำรวจต้นไม้รายต้นและวิเคราะห์อัตราการรอดตายในพื้นที่ ใช้ระบบฐานข้อมูลดิจิทัลในการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงเอกสารต่าง ๆ ของโครงการ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดอายุโครงการ
ด้านนายชัยทัด กุลโชควนิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ DITTO มีการเปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัว Blu Green Token ร่วมกับ Token X ก็มีนักลงทุนและภาคธุรกิจหลายกลุ่มให้ความสนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มค้าปลีก อาหาร พลังงาน โลจิสติกส์ คมนาคม รวมถึงนักธุรกิจและนักลงทุนรายใหญ่
และจากกระแสตอบรับดังกล่าว DITTO ยืนยันว่า บริษัทจะเดินหน้าเปิดให้จอง Blu Green Token ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ตามแผนเดิม ใครที่อยากลงทุนแบบดิจิทัล แถมได้ฟีลลิ่งแบบ green green ไปด้วย ก็ลองไปดู Blu Green Token เลย
เอาใจสายบิตคอยน์กันโดยเฉพาะ เพราะล่าสุด บริษัท Right Shift ประกาศเตรียมจัดงาน Bitcoin Thailand Conference 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Pioneer | The Builders Are Gathering หรือ “การรวมตัวของเหล่าผู้บุกเบิกและนักสร้าง” โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2569 ที่ Samyan Mitrtown
นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Right Shift แอบแย้มมาว่า งานในปีนี้มีการปรับโทนอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นเรื่องปรัชญา ไลฟ์สไตล์ หรือเศรษฐศาสตร์ในมุมของการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเงินเฟ้อ มาเป็นธีมที่ “มองไปข้างหน้า” โดยออกแบบให้เป็นจุดนัดพบของเหล่าผู้บุกเบิก ผู้สร้างสรรค์ และนักพัฒนา เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ แนวคิด และเครื่องมือสำหรับการสร้างอิสรภาพทางการเงิน ภายใต้แนวคิด “Pioneers do not wait for the future; they build it.” หรือ “ผู้บุกเบิกไม่ได้รอคอยอนาคต แต่เขาสร้างมันขึ้นมา”
สำหรับเนื้อหาภายในงาน จะประกอบด้วย 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ The Breakthrough เจาะลึกเศรษฐศาสตร์มหภาค และกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่ง เพื่ออพยพทุนออกจากระบบเงินเฟียต
– The New World เรียนรู้โครงสร้างโปรโตคอล และการทวงคืนอำนาจอธิปไตยทางการเงิน
– The Settlement เจาะลึกการใช้งาน Lightning Network สำหรับการชำระเงินในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจ
– The Pioneer’s Path แลกเปลี่ยนปรัชญา วัฒนธรรม และการศึกษา เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อสังคม และ
– The Fiat Prison ตีแผ่ระบบสอดแนมและการควบคุมทางการเงิน พร้อมแนวทางปกป้องความเป็นส่วนตัวฃ
หากปีที่ผ่านมา Bitcoin Thailand Conference เป็นพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามต่อระบบการเงินเดิม ปีนี้ดูเหมือนว่า Right Shift ต้องการพาผู้เข้าร่วมงานก้าวไปอีกขั้น จากการเป็นผู้สังเกตการณ์ สู่การเป็น “ผู้บุกเบิก” ที่ลงมือสร้างอนาคตทางการเงินด้วยตัวเอง
แค่เนื้อหาในงาน ก็ไม่เหมือนใครที่ไหนแล้ว เพราะไม่มีใครกล้าพูดเรื่องเหล่านี้นอกจาก Right Shift แน่นอน!!
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)





