
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (22 มิ.ย.) เพื่อยุติวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน หลังประคองเก้าอี้ไว้ไม่ไหวเนื่องจากเผชิญแรงเสียดทานอย่างหนักจากความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนพ.ค. ผนวกกับกระแสต่อต้านนโยบายที่ลุกลามบานปลายจากสมาชิกรัฐสภาในพรรคของตนเอง
การตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 2 ปีนับตั้งแต่สตาร์เมอร์นำพรรคแรงงานกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2567 โดยในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาลอนดอนวันนี้ สตาร์เมอร์ยืนยันว่าจะยังคงรั้งตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่ากระบวนการสรรหาผู้นำพรรคคนใหม่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เพื่อประคับประคองให้การส่งมอบอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทิศทางการเมืองสหราชอาณาจักรเริ่มส่อแววพลิกผัน เมื่อแอนดี เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเกรตเทอร์แมนเชสเตอร์ ชนะการเลือกตั้งซ่อมอย่างขาดลอยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ชัยชนะดังกล่าวเปรียบเสมือนการปูทางให้เบิร์นแฮมกลับเข้าสู่สภาและเตรียมพร้อมท้าชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค ซึ่งอาจส่งผลให้เขาผงาดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของสหราชอาณาจักร
สาเหตุหลักที่ทำให้เก้าอี้นายกฯ สั่นคลอน มาจากรอยร้าวภายในพรรคแรงงานเอง สมาชิกรัฐสภาหลายคนต่างแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายการคลังที่สตาร์เมอร์ และเรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลัง ร่วมกันผลักดัน นอกจากนี้ การเดินหน้าปฏิรูปสวัสดิการ ตลอดจนการตัดสินใจส่ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน ผู้ซึ่งเคยใกล้ชิดกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้อื้อฉาวและผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ ให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐอเมริกา ยิ่งสุมไฟความขัดแย้งภายในพรรคให้ลุกลามหนักขึ้น
ทั้งนี้ อังกฤษเตรียมรอลุ้นนายกฯ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี โดยผลสำรวจความคิดเห็นของอิปซอสส์ (Ipsos) ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 มิ.ย.) ระบุว่า ชาวอังกฤษ 52% ต้องการให้สตาร์เมอร์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้น 5% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. ขณะที่มีเพียง 35% เท่านั้นที่เห็นว่าสตาร์เมอร์ควรเป็นนายกฯ ต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)





