Japan Fever ดันยอดรูดบัตร KTC JBC พุ่ง หนุนก้าวข้ามบัตรเที่ยวสู่ตลาดไลฟ์สไตล์”ไทย-ญี่ปุ่น”ครบวงจร

ธศพงษ์ รังควร

นายธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บมจ.บัตรกรุงไทย [KTC] กล่าวว่า ความนิยมญี่ปุ่นของผู้บริโภคไทยกำลังขยายจากการเดินทางสู่การใช้ชีวิตประจำวัน โดยยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี เจซีบี ในปี 2568 เติบโต 12% และจากข้อมูลสะสมล่าสุดของปี 2569 ยังขยายตัวมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังคาดยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยจะรักษาการเติบโตนี้ให้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี นอกจากนี้ เคทีซียังตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกบัตรเคทีซี เจซีบี 100,000 ใบในปีนี้ จากปัจจุบัน 400,000 ใบ ซึ่งปัจจุบันมียอดบัตรใหม่กว่า 50,000 ใบแล้ว

สำหรับกลยุทธ์ในการขยายกลุ่มดังกล่าว เคทีซีมุ่งเน้นกลยุทธ์ขยายกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี อัลติเมท โดยพบว่าแต่เศรษฐกิจจะทรงตัวแต่กลุ่มนี้มียอดการใช้จ่ายเติบโตสูงถึง 60% ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของยอดรวม รวมทั้งรุกหมวด ร้านอาหาร (Dining) ทั้งในไทยและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเห็นโอกาสในหมวด Food Delivery และช้อปปิ้งออนไลน์ซึ่งเป็นพฤติกรรมใหม่ของสมาชิก หนุนยอดใช้จ่ายเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี โดยยอดใช้จ่ายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 44% จำนวนรายการเพิ่มขึ้น 45% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าความนิยมญี่ปุ่นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเดินทาง แต่ต่อเนื่องมาถึงการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน

นายธศพงษ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเคทีซีและเจซีบี ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ให้บัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี เป็นหนึ่งในบัตรที่สมาชิกเลือกใช้เมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน รูปแบบการใช้ชีวิตและความสนใจของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น ความชื่นชอบในวัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลาของการท่องเที่ยว แต่ได้ขยายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งด้านอาหาร การช้อปปิ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ

เป้าหมายของเคทีซี จึงเป็นการขยายบทบาทของบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ให้ก้าวข้ามการเป็นบัตรสำหรับใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วนทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “ทั้งไทย ทั้งญี่ปุ่น ใช้คุ้มกว่าในใบเดียว”

เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้จ่ายในญี่ปุ่นพบว่า หมวดร้านค้าปลีกชั้นนำยังคงเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะร้านค้าชื่อดังอย่าง TAKEYA และ Don Quijote รองลงมาคือร้านค้าทั่วไปในสนามบิน ร้านแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และร้านขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม สะท้อนว่าการช้อปปิ้งยังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของนักท่องเที่ยวไทยเมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น

สำหรับการใช้จ่ายในประเทศไทย หมวดร้านอาหารมียอดความถี่ในการใช้จ่ายเติบโต 20% และมีจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนสะท้อนให้เห็นว่าความนิยมอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้จ่ายในประเทศ เคทีซีจึงมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์ร่วมกับร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม รวมถึงประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นในทุกมิติ

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านแคมเปญ “กินญี่ปุ่น ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี โดยต่อยอดความนิยมอาหารญี่ปุ่นผ่านสิทธิพิเศษจากร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย พร้อมมอบโอกาสให้สมาชิกได้รับรางวัลเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “Japan in Thailand, Japan in Japan” ที่เชื่อมต่อประสบการณ์การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี แสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายข้ามพรมแดนระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดการเดินทาง อาหาร และไลฟ์สไตล์ สะท้อนทั้งการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บัตรเจซีบี เป็นช่องทางชำระเงินในทั้งสองประเทศ ปัจจุบัน เจซีบีมีผู้ถือบัตรในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านราย และฐานสมาชิกบัตรเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน

ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตรเจซีบี สามารถใช้จ่ายได้ที่ร้านค้ากว่า 72 ล้านแห่งทั่วโลก โดยในประเทศไทยครอบคลุมร้านค้าชั้นนำในหมวดค้าปลีก ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนในประเทศญี่ปุ่น เจซีบีมีเครือข่ายการรับบัตรที่ครอบคลุมกว้างขวาง ช่วยให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ เจซีบียังถ่ายทอดแนวคิด “JCB SAY ให้ (HAI)” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Omotenashi จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่นที่เน้นความใส่ใจและความจริงใจในทุกรายละเอียด โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ผ่านสิทธิประโยชน์และกิจกรรมที่มากกว่าธุรกรรมการชำระเงิน โดยเชื่อว่า “ทุกสิ่งดี ๆ เริ่มต้นจากการให้” พร้อมส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือบัตร “Giving first, giving the best” ผ่านสิทธิประโยชน์ โปรโมชัน และประสบการณ์ที่คัดสรรอย่างตั้งใจ เพื่อเติมเต็มทุกการเดินทางของผู้ถือบัตรระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นให้พิเศษยิ่งขึ้น

“เจซีบี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในบทบาทของการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างไทยและญี่ปุ่น ผ่านระบบนิเวศด้านการชำระเงินที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวก พร้อมรับสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรือญี่ปุ่น” นายยูสุเกะ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในปี 68 มีผู้เดินทางสัญชาติไทยเข้าญี่ปุ่นราว 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยเป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 1.1 ล้านคน หรือประมาณ 95% สะท้อนว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของคนไทย

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยยังเปลี่ยนไปสู่การเดินทางด้วยตนเองและการเดินทางซ้ำมากขึ้น โดยเกือบ 80% วางแผนและเดินทางด้วยตนเอง ขณะที่ประมาณ 70% เคยเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป และราวหนึ่งในสี่เคยเดินทางมาแล้วอย่างน้อยหกครั้ง ความคุ้นเคยดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวไทยค้นหาประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและเดินทางออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น

นักท่องเที่ยวไทยประมาณ 40% เลือกพักค้างคืนในพื้นที่นอกเมืองหลัก ขณะที่กลุ่มที่พำนักตั้งแต่หกวันขึ้นไปมีสัดส่วนรวมมากกว่าครึ่ง สะท้อนโอกาสในการกระจายกิจกรรมและรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น นอกเหนือจากฤดูซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี และกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะ นักท่องเที่ยวไทยยังสนใจกิจกรรมเฉพาะทางมากขึ้น เช่น สกี สโนว์บอร์ด สโนว์โมบิล การเดินทางด้วยรถแคมป์ปิ้ง กิจกรรมวัฒนธรรมชาและมัทฉะ ตลอดจนการเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานวิ่งมาราธอน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)