ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (22 มิ.ย.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน โดยสัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบและการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สัญญาข้าวสาลีปรับตัวลงเนื่องจากแนวโน้มผลผลิตที่สดใสในรัสเซียและยูเครน
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 6.00 เซนต์ หรือ -1.44% ปิดที่ระดับ 4.1150 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 6.50 เซนต์ หรือ -1.06% ปิดที่ระดับ 6.0750 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.25 เซนต์ หรือ -0.11% ปิดที่ระดับ 11.4150 ดอลลาร์/บุชเชล
นักวิเคราะห์ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนที่อุดมสมบูรณ์และอุณหภูมิที่พอเหมาะในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ได้สกัดช่วงบวกของราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองในเดือนนี้ แม้เทรดเดอร์กล่าวว่าสภาพอากาศที่เปียกชื้นและปริมาณฝนที่มากเกินไปอาจเริ่มส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืชก็ตาม
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) จะคงคะแนนประเมินคุณภาพผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองในรายงานความคืบหน้าพืชผลรายสัปดาห์ไว้ในระดับเดียวกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยคาดว่าข้าวโพดอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมที่ระดับ 68% และถั่วเหลืองอยู่ที่ระดับ 66%
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา USDA ยืนยันว่า สหรัฐฯ ขายถั่วเหลืองปริมาณ 132,000 ตันให้แก่จีน สำหรับส่งมอบในปีการตลาด 2569/2570 ซึ่งถือเป็นการรายงานการซื้อของจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดเมื่อเดือนพ.ค. ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะที่มีรายงานการขายถั่วเหลืองให้จีนเพิ่มเติมอีกในช่วงเช้าวันจันทร์
ทางด้านราคาน้ำมันดิบร่วงลง 4% ในวันจันทร์ หลังจาก เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานและกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวลง
สำหรับตลาดข้าวสาลี การเก็บเกี่ยวผลผลิตในสหรัฐฯ ที่คืบหน้าไปมาก รวมถึงแนวโน้มผลผลิตที่สดใสในรัสเซียและยูเครน ได้ดึงความสนใจของตลาดไปจากประเด็นความเสียหายของผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวพันธุ์ฮาร์ดเรด (Hard Red Winter) ในสหรัฐฯ ที่เกิดจากภาวะภัยแล้ง จนส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงในที่สุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)





