ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า คิดค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่มได้ 1 ม.ค.70

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสี และทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของ “ตั๋วร่วม” ในอัตรา 17-45 บาท และให้ชำระค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 ม.ค.70 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และลดภาระค่าครองชีพประชาชน

“จากนี้ไป กระทรวงคมนาคมจะไปหารือเกี่ยวกับการทำระบบ Clearing House เพื่อจัดทำระบบเก็บเงิน โดยให้เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ตั้งใจว่าจะทำให้ทันปีใหม่ 2570 นี้” นายพิพัฒน์ ระบุ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบแนวทางปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนจากการเปลี่ยนสายเดินทาง ครม. จึงมีมติยกเลิกนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ที่เคยอนุมัติไว้เมื่อ 8 ก.ค. 68 พร้อมปรับแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ใหม่ โดยมอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง และออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม พ.ศ. … ให้ภายเสร็จภายในเดือนธ.ค. 69

นอกจากนี้ ครม.รับทราบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ประกอบด้วยหลักการ ดังนี้

1. อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว (รวมอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม 17 บาท) ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด หากค่าโดยสารตลอดเส้นทางไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ให้จัดเก็บตามจริง และไม่มีการเก็บอัตราค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน โดยจัดเก็บที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียว

2. ใช้บัตร EMV Contactless Card ในการชำระค่าโดยสาร และ3.กำหนดค่าโดยสารพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส

อีกทั้ง ครม.ยังรับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ปี 2568 ที่เห็นชอบการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียว เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวมรวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระของโครงการดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)