FSMART ควง FORTH ส่ง”แมวส้ม”ปั้นแพลตฟอร์มบ้านมือสอง New Growth ตัวใหม่ พร้อมอัพเกรด”เต่าบิน-บุญเติม-GINKA”

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส [FSMART] เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ถึงการจัดตั้ง บริษัท แมวส้ม แอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน โดย FSMART ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น [FORTH] ถือในสัดส่วน 49% เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์มือสอง ซึ่งจะให้บริการช่วงปลายปี 69 โดยจะเร่งหาสมาชิกและรวบรวมทรัพย์มือสองเข้ามาในระบบตลาดกลางอย่างเต็มที่ช่วงกลางปี 70 และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญใน 3 ปีข้างหน้า

แพลตฟอร์ม Prop Tech นี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์มือสอง และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายและผู้ซื้อ ตั้งแต่การลงประกาศขาย การค้นหาทรัพย์ การทำการตลาด ระบบประเมินราคา ไปจนถึงการช่วยเหลือด้านการขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยบริษัทเล็งเห็นโอกาสในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือสองที่มีการเติบโต อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเปราะบางจะช่วยหนุนให้อสังหาริมทรัพย์มือสองเติบโตได้ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งขายยากขึ้นและการสร้างบ้านใหม่ลดน้อยลง

“แพลตฟอร์มนี้จะเป็น New Growth ให้กับกลุ่มบริษัท เนื่องจากมีต้นทุนคงที่ต่ำ ส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่มีอัตรากำไรสูงกว่าการขายอสังหาริมทรัพย์แบบปกติ จะเน้นสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม (Fee Income)”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 69 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 8-10% จากปี 68 ที่มีรายได้รวม 2,671.83 ล้านบาท โดยมาจากการเติบโตของทุกธุรกิจ รวมทั้งการขยายบริการใหม่ของตู้บุญเติม

แม้ในไตรมาส 1/69 ผลประกอบการจะปรับตัวลดลงจากธุรกิจสินเชื่อที่ได้รับแรงกดดันจากหนี้เสีย (NPL) ที่เพิ่มขึ้น และมีสำรองเข้ามากดดัน ประกอบกับในไตรมาส 1/69 พอร์ตสินเชื่อทรงตัว อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2/69 พอร์ตสินเชื่อเริ่มกลับมาขยายตัว จากลูกค้าองค์กรกลุ่มใหม่ที่เริ่มขยายตัว ขณะเดียวกันบริษัทยังควบคุมระดับ NPL ได้

ช่วงที่เหลือของปีมุ่งเน้นปล่อยพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยรักษาระดับ NPL อยู่ที่ 5-6% เนื่องจากบริษัทปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งสามารถเก็บดอกเบี้ยได้สูง แต่ความเสี่ยง NPL ก็สูงกว่าปกติ

“พอร์ตสินเชื่อตอนสิ้นปี 68 อยู่ที่ราว 1,500 ล้านบาท ช่วงต้นปีเราตั้งเป้าขยายพอร์ตสิ้นปี 69 แตะ 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 40% แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน เราพยายามจะขยายให้แตะระดับ 2,000 ล้านบาท โดยพยายามขยายพอร์ตสินเชื่อที่เสี่ยงน้อยที่สุดในเศรษฐกิจแบบนี้” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ในส่วนของธุรกิจตู้บุญเติมคาดว่าทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่อาจกดดันกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนจากนโยบายของภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่อัดฉีดเงินไปที่กลุ่มรากหญ้าโดยตรง ซึ่งจะหนุนการจับจ่ายใช้สอยผ่านตู้บุญเติมเพิ่มมากขึ้น

อีกทั้งบริษัทได้เพิ่มบริการใหม่ ล่าสุดจับมือกับธนาคารทหารไทยธนชาต [TTB] หรือ “ทีทีบี” ให้เป็นตัวแทนธนาคารในการฝากเงินสดเข้าบัญชีทีทีบี นอกจากนี้ในไตรมาส 3/69 เตรียมเปิดให้บริการโอนเงินข้ามประเทศ สำหรับแรงงานต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย และยังมี Upside หากรัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการสลาก กอช. ที่จะช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้ตู้อย่างมาก

ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ธุรกิจ GINKA Charge Point ตั้งเป้าขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1,000 จุดชาร์จภายในปี 69 โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหนุนให้การใช้รถไฟฟ้าสูงขึ้น และสถานีชาร์จจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนตู้เต่าบินที่บริหารโดยบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด และ FSMART ถือหุ้น 26.71% นั้น ในปีนี้มีแผนเพิ่มจำนวนตู้เป็น 10,000 ตู้ โดยเตรียมแตกไลน์ตู้อาหารทอดอัตโนมัติคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในไตรมาส 3/69 ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของระบบก่อนปล่อยสู่ตลาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)