
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานในวันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ วิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่นว่ากำลังก้าวสู่รัฐสงคราม ระหว่างการประชุมพรรคแรงงานเกาหลีซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย.
คิมกล่าวว่า ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศพ่ายแพ้ในเอเชีย ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นรัฐสงครามอย่างเปิดเผย โดยอาศัยสถานการณ์ที่น่ากังวลในปัจจุบันเป็นโอกาสในการปลดเปลื้องข้อจำกัดทั้งหมดที่ขัดขวางการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางทหาร
คิมเสริมว่า การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงและสร้างความกังวลอย่างมากต่อประชาคมระหว่างประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ ผู้นำเกาหลีเหนือใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับ “การเป็นมหาอำนาจทางทหาร” และ “ลัทธิทหารนิยม” ในการวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ระหว่างการเยือนกรุงเปียงยางเมื่อต้นเดือนนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้แสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามในการฟื้นฟูลัทธิทหารนิยม ในงานเลี้ยงต้อนรับที่คิมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่ามุ่งเป้าไปที่ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ คิมยังวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ว่าเป็นฝ่ายยกระดับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างรุนแรง ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร การซ้อมรบ และกิจกรรมด้านข่าวกรอง ขณะเดียวกันคิมได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีเหนือเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
คิมเสริมว่า การดำเนินการของสหรัฐฯ ที่ไร้การยับยั้งและใช้อำนาจฝ่ายเดียว ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศพันธมิตร ซึ่งคำพูดดังกล่าวของคิมถูกตีความว่าอ้างถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นอกจากนี้ คิมย้ำว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความถูกต้องของการตัดสินใจทางการเมืองและแนวทางที่เกาหลีเหนือเลือกเดิน
ผู้นำเกาหลีเหนือย้ำว่าจะเดินหน้าแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเป็นรากฐานของการพัฒนายุทธศาสตร์ป้องกันประเทศที่ครอบคลุม และมีความทันสมัย
ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี (WPK)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)





