ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นักลงทุนระวังซื้อขาย กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (24 มิ.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดวอลล์สตรีท ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้กู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 69,523.79 จุด ลดลง 264.59 จุด หรือ -0.38%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,096.14 จุด ลดลง 10.11 จุด หรือ -0.25% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 23,344.67 จุด เพิ่มขึ้น 8.39 จุด หรือ +0.04%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ขยับขึ้น 0.16% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.3%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงในเอเชีย ยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. และจะปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. ภายใต้การกุมบังเหียนของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “สายเหยี่ยว” หรือผู้สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)