BOJ เผย กรรมการบางรายหนุนขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในการประชุมเดือนมิ.ย.

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยแพร่รายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของคณะกรรมการในการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ในวันนี้ (24 มิ.ย.) โดยระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายบางรายของ BOJ สนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยกรรมการรายหนึ่งเสนอแนะให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยโดยเว้นระยะห่าง “ช่วงละไม่กี่เดือน”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในการประชุมดังกล่าว BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีที่ 1.0% จากระดับ 0.75% โดยกรรมการรายที่สนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอกล่าวว่า ธนาคารกลาง “ควรดึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าใกล้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (Neutral rate) ให้เร็วขึ้น” ซึ่งระดับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง หรือระดับที่เศรษฐกิจไม่ได้ถูกกระตุ้นหรือชะลอตัวนั้น “ดูเหมือนจะอยู่ที่ราว ๆ 2%”

กรรมการที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า ธนาคารกลางควรทำเช่นนั้น “เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและรุนแรง” ท่ามกลางความกังวลของตลาดการเงินที่มองว่า BOJ อาจจะลังเลในการขึ้นดอกเบี้ยระหว่างที่กำลังปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษมานานนับทศวรรษและเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อเดือนมี.ค. 2567

ขณะเดียวกัน นักลงทุนในตลาดหลายรายคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปีนี้

รายงานสรุปความคิดเห็นยังระบุด้วยว่า กรรมการหลายคนได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร โดยอ้างถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบลุกลามไปยังสินค้าหลายรายการ ราคาสินค้านำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นจากเงินเยนที่อ่อนค่า และความไม่แน่นอนด้านโลจิสติกส์ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจญี่ปุ่น กรรมการรายหนึ่งกล่าวว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเผชิญขาลงนั้น ลดน้อยลงแล้ว เนื่องจากภาคธุรกิจมีผลกำไรที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การปรับขึ้นค่าจ้างที่มั่นคง และมาตรการของรัฐบาลในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนเพื่อรับมือกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันที่เกิดจากสงครามอิหร่าน

ขณะเดียวกัน ผู้กำหนดนโยบายอีกรายประเมินว่า “ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวได้บรรเทาลงแล้ว”

อย่างไรก็ตาม กรรมการรายหนึ่งเรียกร้องให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยให้เหตุผลว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจไปกดดันอุปสงค์ผ่านการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ ซึ่งท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การลดลงของอัตราเงินเฟ้อ การผลิต และการจ้างงาน

ธนาคารกลางระบุว่า การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. มีผู้คัดค้านเพียงคนเดียวคือ โทอิจิโระ อาซาดะ ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา และตลาดมองว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเงินเฟ้อ รวมถึงสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุก

ทั้งนี้ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งล่าสุดนี้ เนื่องจากต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการติดเชื้อในซีสต์ที่ตับ โดยทางธนาคารกลางระบุว่า อุเอดะได้นำเสนอความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรแทน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)