
บมจ.อินสไปร์ ไอวีเอฟ [IVF] เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวผ่านการสร้าง Healthcare Ecosystem อย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนใน บริษัท อีเทอร์นิตี้ เฮลท์แคร์ 369 จำกัด (ETERNITY) ผู้ดำเนินธุรกิจคลินิกเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาและสุขภาพชาย (Men’s Health) โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 24% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 140.4 ล้านบาท
การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Inspire IVF ในการต่อยอดจากธุรกิจ Fertility สู่ธุรกิจสุขภาพเฉพาะทางที่เกี่ยวเนื่อง และเป็นการวางรากฐาน New S-Curve ภายใต้แนวคิด “Fertility & Wellness Healthcare Ecosystem” เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) สุขภาพเชิงรุก (Longevity & Wellness) และ Medical Tourism ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลกและประเทศไทย
นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IVF กล่าวว่า เราไม่ได้มอง ETERNITY เป็นเพียงการลงทุนทางการเงิน แต่เป็น Strategic Partnership ที่จะเข้ามาเติมเต็ม Healthcare Ecosystem ของ Inspire IVF ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการสร้าง New S-Curve ที่จะต่อยอดการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
ปัจจุบันการรักษาภาวะมีบุตรยากไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะสุขภาพของฝ่ายหญิงเท่านั้น แต่สุขภาพระบบสืบพันธุ์ของเพศชายก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน ETERNITY เป็นคลินิกเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะและสุขภาพชาย ซึ่งมีสาขาให้บริการแล้ว 6 แห่ง ครอบคลุม 5 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต จึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจหลักของ Inspire IVF และสามารถสร้าง Synergy ได้อย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทมองว่าความร่วมมือระหว่างสององค์กรจะช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์สาเหตุภาวะมีบุตรยาก การดูแลสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย การวางแผนครอบครัว ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว ส่งผลให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน ETERNITY ยังเปิดโอกาสให้ Inspire IVF เข้าสู่ตลาด Men’s Health ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสุขภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ การตื่นตัวด้านสุขภาพของประชากรชาย และความต้องการบริการด้าน Wellness ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการลงทุน Inspire IVF มีแผนร่วมกับทีมผู้บริหาร ETERNITY ในการยกระดับมาตรฐานการรักษา การบริหารจัดการ และการตลาดสู่ระดับสากล รวมถึงการส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อร่วมกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ สร้างการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้แก่กิจการในระยะยาว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือโอกาสในการสร้าง Revenue Synergy ผ่านการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย (Referral Network) และการทำตลาดร่วมกันระหว่างทั้งสององค์กร โดยผู้รับบริการของ Inspire IVF จะสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพชาย การฟื้นฟูสุขภาพ และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของ ETERNITY ได้อย่างครบวงจร ขณะที่ฐานลูกค้าของ ETERNITY จะสามารถเข้าถึงบริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ การวางแผนครอบครัว และเทคโนโลยีการรักษาของ Inspire IVF ได้มากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ฐานลูกค้าร่วมกัน (Cross-Selling) ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มมูลค่าตลอดเส้นทางการดูแลสุขภาพของผู้รับบริการ (Healthcare Journey) และสร้างโอกาสการเติบโตของรายได้ในระยะยาวให้แก่ทั้งสององค์กร นอกจากนั้น ยังเสริมศักยภาพในการขยายตลาด Medical Tourism ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ Inspire IVF โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานผู้ป่วยต่างชาติจากหลากหลายประเทศ รวมถึงการขยายเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคตะวันออกกลางผ่าน Dubai Hub ที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ การผสานจุดแข็งระหว่าง Fertility, Men’s Health, Preventive Healthcare และ Wellness จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างระบบบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ ขยายฐานลูกค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทั้งสององค์กรในอนาคต
ในด้านการลงทุน บริษัทพิจารณาเข้าลงทุนภายใต้หลักการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว โดย ETERNITY เป็นกิจการที่มีศักยภาพการเติบโต มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตามการขยายตัวของตลาดสุขภาพชายและบริการสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะสามารถสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการตามสัดส่วนการถือหุ้น และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในอนาคต
สำหรับโครงสร้างการลงทุน บริษัทจะเข้าถือหุ้นสามัญของ ETERNITY ในสัดส่วน 24%ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 140.4 ล้านบาท โดยใช้เงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้แจ้งต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้นไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินงาน เนื่องจากยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและแผนการเติบโตในอนาคต
“เป้าหมายของ Inspire IVF ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นผู้นำด้าน Fertility แต่เรากำลังเดินหน้าสู่การเป็น Healthcare Ecosystem Platform ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การมีบุตร สุขภาพชาย สุขภาพเชิงป้องกัน Wellness และ Medical Tourism เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”
“การลงทุนใน ETERNITY ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการสร้างอนาคตใหม่ให้กับ Inspire IVF และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดธุรกิจสู่โอกาสการเติบโตใหม่ๆ ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการก้าวสู่การเป็น Healthcare Ecosystem Platform ชั้นนำของเอเชียในอนาคต” นางสาวเกศิณี กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มิ.ย. 69)





