
ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ขณะที่การกลับมาปรับตัวขึ้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Micron และ Qualcomm ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในช่วงต้นการซื้อขาย
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 640.21 จุด เพิ่มขึ้น 5.05 จุด หรือ +0.80%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,431.61 จุด เพิ่มขึ้น 46.12 จุด หรือ +0.55%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,994.83 จุด เพิ่มขึ้น 254.47 จุด หรือ +1.03% และ
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,529.89 จุด เพิ่มขึ้น 68.26 จุด หรือ +0.65%
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 642.09 จุด โดยนับเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่หนุนดัชนีมากที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 1.5% ขณะที่หุ้น Bayer พุ่งขึ้น 18.7% มากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังได้รับชัยชนะในคดีความ เมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ จำกัดขอบเขตการฟ้องร้องหลายพันคดีที่กล่าวหาว่าบริษัทไม่ได้เตือนผู้ใช้ว่า สารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช Roundup อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยผลักดันดัชนี STOXX 600 ขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวัน แม้แรงซื้อจะอ่อนตัวลงในช่วงท้ายตลาด โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวปิดบวก 0.8% หลังระหว่างวันพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 2.5%
การคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Micron และ Qualcomm ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้น AI ทั่วโลกอาจร้อนแรงเกินไป
หุ้นผู้ผลิตชิป Infineon และ STMicroelectronics ปรับตัวขึ้น 3.1% และ 5.1% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มขึ้น 2.6%
ด้านหุ้น Siemens Energy ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับ AI ปรับตัวขึ้น 2.3%
ราคาน้ำมันพลิกกลับมาปรับตัวขึ้น หลังมีรายงานว่า กรุงเตหะรานมีแผนสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากค่าธรรมเนียมการกลับมาเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซ
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดใช้เส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว ทำให้นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น 3i Group พุ่งขึ้น 11.4% หลังบริษัทในพอร์ตการลงทุนอย่าง Action รายงานยอดขายสาขาเดิมเติบโตแข็งแกร่ง
หุ้น EasyJet ปรับตัวขึ้น 6.4% หลังสายการบินต้นทุนต่ำของอังกฤษปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการครั้งที่ 4 จากบริษัทลงทุน Castlelake ของสหรัฐฯ
ส่วนหุ้น Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์จากเยอรมนี ปรับตัวขึ้น 1.3% หลังบรรลุข้อตกลงขายธุรกิจเครื่องยนต์ดีเซล Everllence ให้กับ Bain Capital ซึ่งจะสร้างรายได้จากการขายราว 7.4 พันล้านยูโร (8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)





