
ซัมซุง กรุ๊ป (Samsung Group) เตรียมเปิดเผยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในระยะ 10 ปี ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (29 มิ.ย.) โดยตั้งเป้าทุ่มงบประมาณสูงถึง 1,000 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.48 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนวัฏจักรการเติบโตทางเศรษฐกิจรอบใหม่ของเกาหลีใต้
แมอิล บิสซิเนส นิวส์เปเปอร์ (Maeil Business Newspaper) ระบุในวันนี้ (26 มิ.ย.) ว่า แผนการลงทุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการสร้างศูนย์ข้อมูล AI, ธุรกิจแบตเตอรี่ และจอภาพ โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ งบประมาณราว 300 ล้านล้านวอน ที่อาจถูกนำไปใช้ก่อสร้างโรงงานผลิตชิปในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในการประชุมร่วมกับประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ รวมถึง ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) และ เอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) จะเข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอแผนการลงทุนที่เน้นการกระจายฐานการผลิตออกจากกรุงโซลและปริมณฑล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของปธน.อีที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค หลังจากที่โรงงานผลิตชิปส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองหลวงมาอย่างยาวนาน
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเปิดเผยว่า ในวันจันทร์นี้จะมีการประกาศ “3 เมกะโปรเจกต์” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของโครงการในขณะนี้ก็ตาม
ขณะเดียวกัน คิม ยง-บอม ที่ปรึกษานโยบายประธานาธิบดี เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย.) ว่า รัฐบาลกำลังหารือกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ และ เอสเค ไฮนิกซ์ เกี่ยวกับการขยายการลงทุนในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระยะถัดไป เพื่อรองรับความต้องการชิปที่เติบโตแบบก้าวกระโดดตามกระแส AI
ทั้งนี้ คิมระบุว่า ทั้งซัมซุง และ เอสเค ไฮนิกซ์ อาจจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการลงทุนบางโครงการจากเดิมในช่วงทศวรรษ 2040 (พ.ศ. 2583-2592) ให้เร็วขึ้นเป็นช่วงกลางทศวรรษ 2030 (พ.ศ. 2573-2582) เนื่องจากดีมานด์ชิปหน่วยความจำสำหรับ AI เติบโตเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ พลังงาน และทรัพยากรน้ำในเขตเมืองหลวง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)





