
รัฐบาลฟิลิปปินส์ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ และคาดการณ์ว่าสกุลเงินเปโซจะอ่อนค่าลงลากยาวเกินกว่าช่วงสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ในปี 2571 ออกไปอีก ท่ามกลางปัจจัยลบต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญที่รุนแรง
บันทึกข้อความของคณะกรรมการประสานงานงบประมาณด้านการพัฒนา (DBCC) ระบุว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีแนวโน้มขยายตัว 3.5% – 4.5% ในปีนี้ ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นเป็น 5% – 6% ตั้งแต่ปี 2570 ไปจนถึงปี 2573
เป้าหมายล่าสุดสำหรับปี 2570 อยู่ในระดับต่ำกว่าประมาณการครั้งก่อนที่ 5.5% -6.5% เช่นเดียวกับเป้าหมายสำหรับปี 2571 – 2573 ที่เดิมเคยกำหนดไว้ที่ระดับ 6% – 7%
คิม โรเบิร์ต เดอ เลออน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงงบประมาณ ระบุในบันทึกข้อความดังกล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังคงตระหนักถึงความเสี่ยงขาลง เช่น ความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่อ่อนแอ รวมถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ
ตัวเลขเป้าหมายเศรษฐกิจล่าสุดนี้ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการ DBCC ซึ่งประกอบด้วยคณะผู้บริหารฝ่ายเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการได้ปรับเปลี่ยนตัวเลขคาดการณ์สกุลเงินเปโซ โดยคาดว่าเปโซจะเคลื่อนไหวในกรอบ 60-62 เปโซต่อดอลลาร์ ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2573 ซึ่งลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 58-60 เปโซต่อดอลลาร์ โดยเดอ เลออน ระบุว่า เงินเปโซอาจเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าลงต่อไปอีก ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ตลอดจนความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในประเทศที่อยู่ในระดับสูง และแนวโน้มการเติบโตที่ซบเซา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาด
ทั้งนี้ สกุลเงินเปโซร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 61.75 เปโซต่อดอลลาร์ในเดือนนี้
นอกจากนี้ คณะกรรมการ DBCC ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อสำหรับปีนี้ขึ้นเป็น 6% – 7% และปรับเพิ่มตัวเลขสำหรับปี 2570 ขึ้นเป็น 4% – 5% เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ที่ระดับ 2% – 4% สำหรับปีนี้ไปจนถึงปี 2573
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 69)





