สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (22 – 26 มิถุนายน 2569)
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 477,789 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 95,558 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 15% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 50% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 238,542 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 184,159 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 39,703 ล้านบาท หรือคิดเป็น 39% และ 8% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB273A (อายุ 0.7 ปี) LB365A (อายุ 9.9 ปี) และ LB276A (อายุ 1.0 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,647 ล้านบาท 12,794 ล้านบาท และ 12,304 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTGC271A (AA-(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 2,282 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) รุ่น CPAXT284B (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 1,670 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รุ่น NTL267A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 1,617 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 4-7 bps. ทิศทางเดียวกับ US- Treasury หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ด้านปัจจัยต่างประเทศ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซนยังคงไม่แน่นอน โดยอัตราเงินเฟ้อเผชิญกับความเสี่ยงขาขึ้น ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจโน้มเอียงไปทางขาลง แม้ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลาง ด้านปัจจัยในประเทศ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน และปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2569 มาอยู่ที่ 2.3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.5% เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มดีขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา (22 – 26 มิถุนายน 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 2,553 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,931 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 4,484 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ
| ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย | สัปดาห์นี้ (22 – 26 มิ.ย. 69) | สัปดาห์ก่อนหน้า (15 – 19 มิ.ย. 69) | เปลี่ยนแปลง (%) | สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 26 มิ.ย. 69) |
| มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท) | 477,788.87 | 564,485 | -15.36% | 11671870.03 |
| มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) | 95,557.77 | 112,897 | -15.36% | 100619.57 |
| ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) | 106.88 | 106 | 0.45% | – |
| ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) | 108.8 | 109 | 0.13% | – |
| เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –% | ||||||||
| ช่วงอายุของตราสารหนี้ | 1 เดือน | 6 เดือน | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | 10 ปี | 15 ปี | 30 ปี |
| สัปดาห์นี้ (26 มิ.ย. 69) | 0.85 | 0.87 | 0.95 | 1.31 | 1.58 | 2.04 | 2.59 | 3.14 |
| สัปดาห์ก่อนหน้า (19 มิ.ย. 69) | 0.85 | 0.87 | 0.95 | 1.35 | 1.64 | 2.1 | 2.65 | 3.21 |
| เปลี่ยนแปลง (basis point) | 0 | 0 | 0 | -4 | -6 | -6 | -6 | -7 |
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 69)





