XBIO แจงปมขาดทุนพุ่ง 437% รับพิษด้อยค่าธุรกิจอาหาร-ลุยล้างไพ่ปรับโครงสร้างใหม่หลังซื้อ OEM ของ”โชคดี ติ่มซำ”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ส่งหนังสือให้ บมจ.เอ็กซ์ ไบโอไซเอนซ์ [XBIO] ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมหลังพบว่าผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 437% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

XBIO ชี้แจงว่า สาเหตุหลักมาจากบริษัทฯ ต้องบันทึกรายการด้อยค่าความนิยมและด้อยค่าสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจอาหารรวมกันเป็นจำนวนเงินสูงถึง 319,900,000 บาท แบ่งเป็น การด้อยค่าเงินลงทุน 118,128,309.01 บาท , ด้อยค่าความนิยม 134,346,522.15 บาท , ด้อยค่าแบรนด์ 53,062,618.92 บาท และซอฟต์แวร์ 14,362,007.48 บาท

สำหรับปัจจัยที่ต้องตั้งสำรองด้อยค่าจำนวนมากนั้น มาจากการลดจำนวนสาขาร้านอาหารจาก 14 สาขา เหลือเพียง 4 สาขา ทำให้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมีการยุติประกอบกิจการในส่วนของธุรกิจขนมอบและบาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ กระแสเงินสด และทำให้แบรนด์สูญเสียการรับรู้ในตลาด

นอกจากนี้ ในส่วนของ บริษัท โฮชิ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโอมากาเสะแบรนด์ “KOKO” ประสบภาวะขาดทุนสะสมจนเกินทุน ประกอบกับชื่อเสียงของร้านยังไม่แน่ชัด และข้อตกลงซื้อหุ้นกลับคืนในราคาทุนสูงกว่าส่วนของทุนในปัจจุบัน ผู้สอบบัญชีจึงเห็นสมควรให้ตั้งด้อยค่าทั้งค่าความนิยมและเงินลงทุนทั้งหมด ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ด้านอาหารได้ลาออกไป แต่บริษัทยืนยันว่าไม่กระทบต่อการบริหารจัดการหน้าร้านเนื่องจากทีมบริหารระดับจัดการยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

อย่างไรก็ดี XBIO ได้ชี้แจงถึงนโยบายและแผนการประกอบธุรกิจในอนาคตเพื่อแก้เกมและฟื้นฟูผลประกอบการ โดยในไตรมาส 1/69 บริษัทได้เริ่มบันทึกรับรู้รายการจากธุรกิจก่อสร้างเข้ามาแล้ว และในไตรมาส 2/69 มีการลงนามโครงการเพิ่มอีก 2 โครงการ ทำให้มีโครงการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 7 โครงการ

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมบุกธุรกิจอาหารระลอกใหม่ในไตรมาส 2/69 ด้วยการจ่ายเงินจองซื้อหุ้นมูลค่า 288 ล้านบาท ในธุรกิจจำหน่ายอาหารหน้าร้านและรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ภายใต้ชื่อ “โชคดี ติ่มซำ” เข้ามาเป็นบริษัทย่อย ซึ่งจะสอดคล้องไปกับการตัดขายบริษัทย่อยทางอ้อมตัวเดิมออกไปในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามมติคณะกรรมการบริหาร และได้รับเงินมัดจำคืนกลับมาจำนวน 10 ล้านบาทครบถ้วนแล้ว ทำให้ไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ส่วนเงินมัดจำอีก 10 ล้านบาทที่วางไว้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนใน บริษัท เจริญสุข แพชชั่น จำกัด นั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อข่ายข้อยุติ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลการพิจารณาได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)