
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผย เศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค.69 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยรายรับภาคท่องเที่ยวโดยรวมเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากกลุ่มตลาดระยะไกลที่ฟื้นตัว ประกอบกับจีนและมาเลเซียที่มีวันหยุดยาว ขณะที่นักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ลดลงจากความต้องการเดินทางที่ลดลง และการปรับลดเที่ยวบินจากต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง ส่วนการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับลดลงจากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องประดับ
ด้านอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นบ้าง จากการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง ขณะที่การบริโภคและการลงทุนในหมวดอื่น ๆ ทรงตัว ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง
ส่วนเศรษฐกิจด้านอุปทานทรงตัว โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงสอดคล้องกับการส่งออกสินค้า ขณะที่ภาคบริการทรงตัว
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยหมวดพลังงานลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาอาหารสดปรับลดลงจากราคาเนื้อสัตว์ และไข่ไก่
สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยผู้ประกอบการยังทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปในสินค้าบางหมวด แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นราคากระจายตัวเป็นวงกว้าง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลการค้าที่ขาดดุลลดลงตามปริมาณการนำเข้าพลังงานที่น้อยลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว
ส่วนเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป ยังมีแนวโน้มชะลอลง ตามแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชน จากค่าครองชีพของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว จากทั้งความต้องการเดินทางที่ลดลง และการปรับลดเที่ยวบินหลังต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออก และการลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ ระยะต่อไปมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ดังนี้ 1) ผลกระทบจากค่าครองชีพ และต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าสหรัฐฯ 3) ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4) พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ
- เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
– การบริโภคภาคเอกชน
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1) หมวดสินค้าคงทน เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง 2) หมวดสินค้าไม่คงทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มกลับเข้าสู่ปกติมากขึ้น หลังจากมีการเร่งซื้อไปในช่วงต้นของสงคราม ขณะที่หมวดบริการสุทธิทรงตัว สอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวของคนในประเทศ
อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทน ลดลงจากปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้และการจ้างงานในอนาคต
– การลงทุนภาคเอกชน
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการลงทุนในหมวดยานพาหนะเป็นสำคัญ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง และการนำเข้าเรือของธุรกิจขนส่ง ขณะที่การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ทรงตัว โดยการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ขณะที่ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศลดลง
ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย จากการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัย ปรับเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านและทาวน์เฮ้าส์
– จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลเพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการมากขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีน และมาเลเซียฟื้นตัวจากที่ชะลอลงในเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนยังปรับลดลง ส่วนหนึ่งจากการยกเลิกเส้นทางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำ หลังต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ด้านรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
– การส่งออก
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนจากหมวดสำคัญดังนี้ 1) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ไปสหรัฐฯ และอาเซียน และการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปอาเซียน หลังเร่งไปมากในช่วงก่อน 2) เครื่องประดับ ตามการส่งออกไปตะวันออกกลาง ฮ่องกง และอินเดีย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอินเดียมีมาตรการจำกัดการนำเข้าเครื่องประดับ และ 3) ยานยนต์และชิ้นส่วน ตามการส่งออกรถกระบะ และรถยนต์นั่งไปออสเตรเลีย
อย่างไรก็ดี ยังมีหมวดที่มูลค่าการส่งออกปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ได้แก่ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี ซึ่งเป็นผลจากราคาเคมีภัณฑ์ และพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ สำหรับการส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลางปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
– การนำเข้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำ ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดวัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน และหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงจากด้านปริมาณ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ลดลง หลังจากที่มีการเร่งจัดหาและสำรองน้ำมันในประเทศไปมากในเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี การนำเข้าในบางหมวดสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค จากการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากจีน และการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากสหภาพยุโรป รวมทั้งหมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน
– การใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามงบบุคลากร บำเหน็จ บำนาญ และค่ารักษาพยาบาล สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ขยายตัวจากการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ด้านรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ หดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และการขนส่งเป็นสำคัญ
- เศรษฐกิจด้านอุปทาน
– การผลิตภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยการผลิตของกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% ลดลง ตามการผลิตยานยนต์โดยเฉพาะรถกระบะ สอดคล้องกับอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอลง ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% ลดลงเล็กน้อยตามการผลิตน้ำมันปาล์มที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันน้อยลง และการผลิตเครื่องดื่มตามอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 60% ทรงตัว โดยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการผลิตเครื่องปรับอากาศ ขณะที่การผลิตหมวดอิเล็กทรอนิกส์ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ
– ภาคบริการ
เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำ ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วในภาพรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคการค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ ประกอบกับกิจกรรมในภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น สำหรับกิจกรรมด้านการขนส่งลดลงจากการขนส่งสินค้าที่ปรับลดลงตามผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ขณะที่การขนส่งผู้โดยสารทรงตัว
– รายได้เกษตรกร
รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยเฉพาะราคาปาล์มน้ำมันตามราคาในตลาดโลกจากความต้องการผลิตไบโอดีเซล ประกอบกับผลผลิตในประเทศลดลง รวมถึงราคายางพารา และข้าวที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัว จากผลกระทบของเอลนีโญ และราคามันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในประเทศปรับลดลง
ด้านปริมาณผลผลิตหดตัวจากปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง จากผลของฐานสูงในปีก่อนเป็นสำคัญ ประกอบกับผลผลิตข้าว หดตัวตาม
- ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
– ภาวะการเงิน
การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขนส่ง การค้า และการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดทุน เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการผลิตและแปรรูปอาหาร อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ลดลง จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสำคัญ โดยต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ในเดือน พ.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ทั้งระยะสั้น และระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น หลังการเจรจาหาข้อยุติระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน
อย่างไรก็ดี ในเดือน มิ.ย. (ข้อมูลถึง วันที่ 25 มิ.ย. 69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ทั้งระยะสั้น และระยะยาว ปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนประเมินว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มีพัฒนาการเชิงบวกจากความคืบหน้าการเจรจายุติการสู้รบ
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 69 เฉลี่ยอ่อนค่า ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก โดยในเดือน พ.ค. เงินบาทอ่อนค่าจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน (risk-off sentiment) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน
ขณะที่เดือน มิ.ย. เงินบาทอ่อนค่าตามการคาดการณ์ของตลาดที่ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น (hawkish) และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 69 เฉลี่ยลดลงเล็กน้อย
– เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยหมวดพลังงานลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ยังอยู่ในระดับสูงเนื่องจากยังมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาอาหารสดลดลงจากราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปในหมวดอาหารสำเร็จรูป และอุปกรณ์ซักล้าง แต่ยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคากระจายตัวเป็นวงกว้าง
– ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ทรงตัว อย่างไรก็ดี การจ้างงานในบางอุตสาหกรรมเริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม โดยเฉพาะภาคโรงแรมและภาคขนส่งที่จำนวนผู้มีงานทำปรับลดลง ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์การเปิดและปิดโรงงาน สะท้อนว่าโรงงานที่เปิดใหม่มีแนวโน้มใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดแรงงานในระยะต่อไป
– ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อนตามดุลการค้าจากการนำเข้าพลังงานที่ลดลงเป็นสำคัญ แม้ว่าดุลบริการ รายได้ และเงินโอนจะขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน เนื่องจากตรงกับรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผล


โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)





