ก.ล.ต. สั่ง ROH แจงปมปล่อยกู้บริษัทเกี่ยวโยง 224 ลบ. ก่อน ผถห.โหวต 7 ก.ค.หลังบอร์ดตรวจสอบ-IFA ค้าน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้ บมจ.โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) [ROH] ชี้แจงข้อมูลการเข้าทำธุรกรรมให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับกลุ่มบริษัทของผู้ถือหุ้นใหญ่และบริษัทที่เกี่ยวข้อง และให้เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ SETLink ภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งเตือนผู้ถือหุ้น ROH ไปใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติการให้สัตยาบันรายการดังกล่าว

สืบเนื่องจากคณะกรรมการบริษัทของ ROH มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้พิจารณาวาระการให้สัตยาบันรายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ [GRAND] บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค [PF] และบริษัท แกรนด์ โกลบอล โกลฟส์ จำกัด (GGG) ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ในรูปแบบตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน 141 ล้านบาท 80 ล้านบาท และ 3.5 ล้านบาท ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 224.5 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดหนี้คงค้างของ GRAND และ GGG ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เท่ากับ 94.5 ล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับ) ส่วน PF ได้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารของ ROH เป็นผู้อนุมัติการให้กู้ยืมดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคณะกรรมการบริหาร เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศว่าด้วยรายการที่เกี่ยวโยงกันก่อนทำรายการ

ขณะที่ IFA เห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติการให้สัตยาบันการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่คิดกับบริษัทที่เกี่ยวข้องดังกล่าวต่ำกว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของ ROH ทำให้ ROH ขาดทุนจากการให้กู้ยืมและกระบวนการพิจารณาอนุมัติการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวไม่เหมาะสม โดยไม่ได้มีการวิเคราะห์ต้นทุนทางการเงินและส่วนต่างดอกเบี้ยที่เหมาะสม ไม่ได้วิเคราะห์ความสามารถในการชำระคืนหนี้ เนื่องจากบริษัทที่เกี่ยวโยงกันมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ รวมทั้งคณะกรรมการบริหารเป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีอำนาจในการอนุมัติการให้กู้ยืมเงินดังกล่าว

ก.ล.ต.มีข้อสังเกตเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลและความเหมาะสมของรายการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวกับ GRAND PF และ GGG รวมทั้งกระบวนการพิจารณาอนุมัติรายการซึ่งไม่เป็นไปตามขอบเขตอำนาจหน้าที่และเป็นการอนุมัติโดยผู้ที่มีส่วนได้เสีย อีกทั้ง ROH อาจยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมดังกล่าวไม่ครบถ้วนหรือไม่ชัดเจนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจการลงทุน

ก.ล.ต. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58(1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 สั่งให้ ROH ชี้แจงข้อมูลและนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ระบบ SETLink) ด้วย

อนึ่ง เนื่องจาก IFA เห็นว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมและผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติรายการ ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้น ROH ไปใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง ตลอดจนสอบถามผู้บริหาร ROH ถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับประกอบการตัดสินใจออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย