
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน ประกาศว่า อิหร่านจะไม่เข้าร่วมการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับสหรัฐฯ จนกว่าเงื่อนไขบางประการในบันทึกความเข้าใจ (MoU) สันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามร่วมกันจะได้รับการปฏิบัติตาม
กาลีบาฟกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ IRIB TV ของทางการเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) พร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดในการปฏิบัติตาม MoU สันติภาพ และการเจรจากับสหรัฐฯ
เขากล่าวว่า การเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์ของอิหร่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดใน MOU ได้แก่ การยุติสงครามในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงเลบานอน, การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ, การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง, การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน และการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน ซึ่งหากข้อกำหนดเบื้องต้นทั้ง 5 ประการนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง การปฏิบัติตามข้อกำหนดในส่วนอื่น ๆ จะยังไม่เริ่มต้นขึ้น
กาลีบาฟเผยว่า อิหร่าน สหรัฐฯ และเลบานอน เห็นพ้องกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง, รับประกันการยุติสงครามในเลบานอน และธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของเลบานอน พร้อมเสริมว่าอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองในสามคณะกรรมการดังกล่าว ได้แต่งตั้งตัวแทนของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กาลีบาฟกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า อิหร่านพร้อมดำเนินการเจรจา ควบคู่ไปกับการตอบโต้ด้วยกำลังอย่างรุนแรงทุกที่ที่จำเป็น
ทั้งนี้ อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามใน MoU ร่วมกันเพื่อยุติสงครามในภูมิภาคเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา และในวันที่ 22 มิ.ย. การเจรจาทางเทคนิคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังจากการปรึกษาหารือระดับสูงระหว่างคณะผู้แทนของอิหร่านกับสหรัฐฯ ในวันก่อนหน้า โดยมีปากีสถานและกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





