
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่คงหลักการให้สัญชาติโดยการเกิดถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของจีน ขณะที่คำตัดสินดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อนโยบายการเข้าเมืองของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์
ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอังคาร (30 มิ.ย.) ว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีสี (จิ้นผิง) และประเทศจีนอันยิ่งใหญ่ สำหรับชัยชนะครั้งใหญ่ในประเด็นการให้สัญชาติโดยการเกิด”
ทรัมป์ยืนกรานมาโดยตลอดว่า สิทธิการได้สัญชาติสหรัฐฯ ไม่ควรเปิดกว้างสำหรับทุกคนทั่วโลก พร้อมพยายามกีดกั้นสตรีมีฐานะจากจีนและประเทศอื่น ๆ ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยมีจุดประสงค์เพียงเพื่อคลอดบุตรในประเทศ เพื่อให้บุตรได้รับสัญชาติสหรัฐฯ โดยการเกิด
โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังศาลสูงสุดมีมติ 6 ต่อ 3 เพิกถอนคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่มุ่งยุติการให้สัญชาติสหรัฐฯ โดยอัตโนมัติแก่ผู้ที่เกิดในประเทศ แม้ว่าบิดามารดาจะไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ หรือไม่มีถิ่นพำนักถาวรโดยชอบด้วยกฎหมาย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การแสดงความเห็นดังกล่าวของทรัมป์ยังมีขึ้นแม้ในช่วงที่ผ่านมาเขาจะพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยการให้สัญชาติโดยการเกิด เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง แม้หลักการให้สัญชาติโดยการเกิดจะได้รับการรับรองไว้ในบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 14
บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งให้สัตยาบันเมื่อปี 2411 หลังสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ ระบุไว้ในวรรคแรกว่า บุคคลทุกคนที่เกิดหรือได้รับสัญชาติในสหรัฐฯ และอยู่ภายใต้อำนาจศาลของสหรัฐฯ ถือเป็นพลเมืองของสหรัฐฯ และของรัฐที่บุคคลนั้นพำนักอยู่ โดยบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งในขณะนั้นมีบทบาทในการมอบสัญชาติให้แก่อดีตทาส ถือเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยสหรัฐฯ
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





