
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (1 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมทั้งการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส ในสัปดาห์นี้
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 70,246.66 จุด เพิ่มขึ้น 184.34 จุด หรือ +0.26% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,138.65 จุด เพิ่มขึ้น +44.25 จุด หรือ +1.08% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการเนื่องในวันก่อตั้งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.07% และดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.8%
เควิน วอร์ช ประธานเฟด จะเข้าร่วมการเสวนาในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ วอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB, แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และทิฟฟ์ แม็กลัม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา (BOC) โดยงานเสวนาจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 1 ก.ค. เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย
นักลงทุนทั่วโลกจับตาถ้อยแถลงของวอร์ชอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนมิ.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 22 ในไตรมาส 2/2569 จากระดับ 17 ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันไตรมาสที่ห้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2561 แม้เผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ตาม
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมถึงภาคบริการนั้น อยู่ที่ระดับ 37 ในไตรมาส 2/2569 จากระดับ 36 ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบห้าไตรมาส
ด้านกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 70.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.0225 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นการพุ่งขึ้นทะลุหลัก 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออกชิป
ขณะที่ยอดการนำเข้าเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.61 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกาหลีใต้เกินดุลการค้า 3.615 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนับครั้งแรกที่ยอดเกินดุลการค้าทะลุระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





