
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดเอเชียปรับตัวลงในวันนี้ (2 ก.ค.) หลังหุ้นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ ถูกเทขายอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนกังวลว่าความต้องการชิป AI ในอนาคตอาจเติบโตช้ากว่าที่เคยคาดไว้
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง ดิ อินฟอร์เมชัน (The Information) รายงานว่า วิศวกรของโอเพนเอไอ (OpenAI) สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนลดต้นทุนการประมวลผล (Inference) ได้ราวครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้การให้บริการ ChatGPT แก่ผู้ใช้บางส่วนต้องใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของอินวิเดีย (Nvidia) น้อยลง
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ที่ระบุว่า เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) กำลังพัฒนาธุรกิจคลาวด์เพื่อจำหน่ายกำลังประมวลผล AI ส่วนเกิน หวังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยรายงานเมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) ระบุเพิ่มเติมว่า เมตากำลังพิจารณาเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงโมเดล AI และกำลังประมวลผลที่เหลือผ่านบริการคลาวด์รูปแบบใหม่
ความเคลื่อนไหวทั้งสองประเด็นทำให้นักลงทุนกังวลว่า บริษัทด้าน AI อาจสามารถใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจลดความจำเป็นในการสั่งซื้อชิปใหม่ในอนาคต
หุ้นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) และหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ร่วงลงระหว่าง 8%-10%
ขณะที่หุ้นแอดแวนเทสต์ (Advantest) ของญี่ปุ่น ร่วงลงมากกว่า 7% และหุ้นโตเกียว อิเล็กตรอน (Tokyo Electron) ลดลง 5%
ด้านหุ้นไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมพานี (TSMC) ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทเป ปรับตัวลงมากกว่า 2%
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช





