ธนาคารโลกเลื่อนฐานะ เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ สู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง เทียบชั้นไทย

ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศเลื่อนสถานะ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ จากประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ (Lower-Middle Income) เป็น ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (Upper-Middle Income) เทียบเท่ากับประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อทั้งสองประเทศ

แม้จะจับมือเลื่อนชั้นพร้อมกัน แต่ธนาคารโลกชี้ว่า ทั้งสองประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลที่แตกต่างกัน

  • เวียดนาม: ติดอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับต่ำมาตั้งแต่ปี 2552 แต่ในช่วงปี 2567-2568 ที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกของเวียดนามพุ่งทะยานกว่า 15% ส่งผลให้ GDP ขยายตัวที่ 7% และ 8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้ประชาชาติ (GNI) ขยายตัวเฉลี่ยถึง 10% ต่อปี ในระหว่างปี 2564-2568 โดยรัฐบาลเวียดนามยังคงเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ และผลักดันการลงทุนมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมตั้งเป้าเศรษฐกิจเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2569
  • ฟิลิปปินส์: ติดหล่มอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับต่ำมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 (พ.ศ. 2530-2532) แต่การปรับฐานะครั้งนี้เกิดจากการขยายตัวในวงกว้าง ทุกอุตสาหกรรมหลักเติบโต ไม่ใช่แค่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง โดยมี GDP เติบโตเฉลี่ย 5.8% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

GNI ทะลุเกณฑ์ขั้นต่ำ

จากการคำนวณรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ด้วยระเบียบวิธีแอตลาส (Atlas method) ของธนาคารโลก ณ วันที่ 1 กรกฏาคม 2569 ประเทศที่ถือว่ามีรายได้ปานกลางระดับสูง คือประเทศที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ย 4,636 – 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพบว่าทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์สามารถทำสถิติสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว สำหรับตารางเปรียบเทียบระดับรายได้ของกลุ่มประเทศอาเซียนในปัจจุบัน มีดังนี้

กลุ่มรายได้ประเทศสมาชิกอาเซียนรายได้ประชาชาติต่อหัว
(GNI per capita)
รายได้สูง
(สูงกว่า 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ)
สิงคโปร์
บรูไน
81,760 ดอลลาร์สหรัฐ
34,790 ดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ปานกลางระดับสูง
(4,636 – 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ)
มาเลเซีย
ไทย (เลื่อนชั้นตั้งแต่ปี 2554)
อินโดนีเซีย
เวียดนาม (ใหม่)
ฟิลิปปินส์ (ใหม่)
12,380 ดอลลาร์สหรัฐ
7,690 ดอลลาร์สหรัฐ
5,120 ดอลลาร์สหรัฐ
4,970 ดอลลาร์สหรัฐ
4,850 ดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ปานกลางระดับต่ำ
(1,176 – 4,635 ดอลลาร์สหรัฐ)
กัมพูชา
สปป.ลาว
เมียนมา
2,520 ดอลลาร์สหรัฐ
2,150 ดอลลาร์สหรัฐ
1,320 ดอลลาร์สหรัฐ

ความท้าทายใหม่

แม้การเลื่อนชั้นจะเป็นข่าวดีที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจกลายเป็น “ดาบสองคม” ในแง่การพัฒนา เนื่องจากประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง จะถูกจำกัดการเข้าถึงแหล่งทุนหรือเงินกู้แบบผ่อนปรน (Soft Loans) อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดที่เคยได้ขอกู้ยืมเพื่อนำมาใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน บรรเทาภัยพิบัติ หรือโครงการช่วยเหลือทางสังคม

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังต้องเผชิญกับเส้นทางที่ท้าทายกว่าในอนาคต หลังจากรัฐบาลเพิ่งปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2569-2573 ลง เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้งรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ

ทั้งนี้ ในแต่ละปี ธนาคารโลกจะทบทวนการจัดกลุ่มประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจากการประเมินรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) สำหรับการประเมินรอบปีนี้ครอบคลุมระบบเศรษฐกิจทั้งหมด 218 ประเทศทั่วโลก และจะใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงระดับโลกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2570 โดยในภาพรวม ไม่มีประเทศใดถูกปรับลดอันดับลงเลย นอกจากเวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูงในรอบนี้ ได้แก่ จอร์แดน ไมโครนีเซีย และศรีลังกา ขณะที่ โตโก ได้รับการเลื่อนชั้นจากกลุ่มรายได้ต่ำขึ้นสู่รายได้ปานกลางระดับต่ำ

ธนาคารโลกยังเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจว่า นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา สัดส่วนของประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำทั่วโลก ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยสูงถึง 30% ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 11% อย่างไรก็ตาม แม้เกณฑ์การวัด GNI จะมีความเข้มงวดและสะท้อนภาพรวมได้ดี แต่ไม่มีมาตรวัดเชิงตัวเลขใดที่จะสามารถอธิบายความซับซ้อน มิติทางสังคม และความท้าทายด้านการพัฒนาของแต่ละประเทศได้อย่างครบถ้วน

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช