
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.33 บาท/ดอลลาร์
โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 33.26 – 33.36 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากคืนนี้ ตลาดรอจับตาการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร
“ถ้าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯ ของสหรัฐ ออกมาดีกว่าที่คาด ก็จะทำให้ตลาดมองว่ายิ่งเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย และจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ส่วนบาทก็จะอ่อนค่า” นักบริหารเงิน ระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20 – 33.50 บาท/ดอลลาร์
• ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.20 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.58 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1377 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 92,510.29 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 8,549.97 ล้านบาท
- GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดัน จากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลาดยังให้น้ำหนักที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อเนื่องแล้ว ยังเริ่มจับตาความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเดินหน้าลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน
- ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศเลื่อนสถานะ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ จากประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ (Lower-Middle Income) เป็น ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (Upper-Middle Income) เทียบเท่ากับประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อทั้งสองประเทศ
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นในตลาดเอเชียช่วงครึ่งแรกของปี 2569 รวมมูลค่า 1.3736 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นกระแสเงินทุนไหลออกในรอบ 6 เดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ LSEG เริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 2553 หลังการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กระตุ้นให้นักลงทุนขายทำกำไรในตลาดที่ปรับขึ้นโดดเด่นอย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน ก่อนหันไปมองตลาดที่มูลค่ายังไม่แพงในภูมิภาค
- บิตคอยน์ ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งของโลก ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายวันนี้ (2 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากบิตคอยน์ทำผลงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ได้อ่อนแอที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี
- รายได้จากการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยทะลุระดับ 84 ล้านล้านเยน (5.17 แสนล้านดอลลาร์) การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถือเป็นสถิติการปรับตัวขึ้นที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของภาคเอกชนช่วยหนุนรายได้จากภาษีเงินได้นิติบุคคล ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อ และการเติบโตของค่าจ้าง ช่วยสนับสนุนรายได้จากภาษีการบริโภคและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- คืนนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค.,
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





